ลอยกระทง

posted on 02 Nov 2009 22:25 by oatato  in Messages

ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่าเคยไปลอยกระทงที่แม่น้ำจริง ๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
แต่ก็น่าจะย้อนไปได้ยาวไกลถึงสมัยยังไม่ขึ้นมัธยมด้วยซ้ำไป
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ได้ไปนั้น ก็หาได้หลายข้อ ตัวอย่างเช่น

(1) ขี้เกียจไป
เหตุผลอันนี้ฟังไม่ค่อยมีสาระไปหน่อย แต่ก็ขี้เกียจไปจริง ๆ
ตอนเด็กข้าพเจ้าจึงทำสถานที่ลอยกระทงส่วนตัวที่บ้านคือการใช้กะลามังซักผ้า
(ในสมัยก่อนที่เครื่องซักผ้ายังไม่เป็นที่นิยม) แล้วก็เอากระทงที่เพิ่งทำส่งครู
มาลอยในนั้นแหล่ะ

(2) คนเยอะ
ความคาดหวังที่จะได้พบกับบรรยากาศในแบบที่ค่อย ๆ บรรจงเอา
กระทงไปวางสัมผัสผิวน้ำพร้อมกับการตั้งจิตอธิษฐานด้วยจิตใจที่อิ่มเอิบนั้นหามีไม่
ดังนั้นจึงมีไอเดียที่จะหาสถานที่ลอยกระทงที่มีความเป็นส่วนตัวตามที่คาดหวังไว้
ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าที่ไหน ให้กลับไปอ่านข้อ 1

(3) เสียดาย
ในยุคสมัยเด็กของข้าพเจ้า การทำกระทงด้วยใบตองเป็นการบ้านหนึ่งในวิชาการฝีมือ
ดังนั้นการที่จะนำผลงานที่อุตส่าห์ทำไปปล่อยทิ้งในแม่น้ำ แล้วตอนเช้าก็กลายเป็นขยะ
ให้หน่วยเทศบาลต้องโกยเก็บจากแม่น้ำไปทิ้ง มันช่างดูไร้ค่่าและน่าเสียดายเป็นยิ่งนัก
(สมัยนี้อาจจะเรียกใหม่ว่าเพื่อลดโลกร้อน) ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหาทางที่จะเก็บกระทงนั้นไว้
เพื่อเชยชมได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ทิ้งคอนเซ็ปที่จะต้องนำกระทงไปลอย
ซึ่งทำอย่างไรนั้น ให้กลับไปอ่านข้อ 1

ถึงแม้ว่ามันคือแนวคิดแปลก ๆ ของเด็กเจ้าปัญหาหนึ่งคน
แต่ด้วยความฝังใจ มันจึงกลายเป็นเหตุผลต่อเนื่องมาถึงภายหลังด้วย

. . .

ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ออกไปงานลอยกระทง ด้วยเหตุผลในข้อ 1 อย่างเดียว
แต่ข้าพเจ้าก็ได้ค้นพบเหตุผลใหม่ ๆ และไฮเทคกว่าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อ นั่นคือ

มาลอยกระทงกับเอ็กทีนกันเถอะ!!!

 
(พิมพ์คำอวยพรผิดไป แก้ไขไม่ได้ )

 

สุขสันต์วันลอยกระทงครับ

 

 

ทำเลของดาวดวงนี้

ผมว่าตำแหน่งพิกัดของดาวโลกในระบบสุริยะจักรวาลนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง

เพราะมันเป็นตำแหน่งระยะห่างจากดวงอาทิตย์ที่ "พอดีเป๊ะ" ที่จะทำให้ระดับอุณหภูมิปกติ
บนผิวโลกนั้นเหมาะสมพอที่จะทำให้ "น้ำ" ที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต
คงสภาพเป็นของเหลวอยู่ได้ โดยไม่กลายสภาพตัวเองเป็นน้ำแข็งหรือเป็นไอไปทั้งหมด

ลองเปรียบเทียบความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างพื้นที่แถบเส้นศูนย์สูตรกับขั้วโลก
จะเห็นว่าพื้นผิวของสองจุดนั้น มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ต่างกันแค่ราว ๆ หนึ่งรัศมีโลก

เราคงจะจินตนาการต่อได้ไม่ยากว่า หากระยะห่างดังกล่าวนั้นใกล้หรือไกลไปกว่านี้เล็กน้อย
ที่ทำให้ระดับอุณหภูมิปกติมากขึ้นหรือลดลงอีกเพียงแค่อย่างน้อย 20 องศา นั่นก็เพียงพอ
ที่จะเปลี่ยนโลกเรากลายสภาพเป็นดาวทะเลทรายหรือเป็นดาวน้ำแข็งได้อย่างง่ายดาย

ถ้าลองพิจารณาจากแค่หนึ่งปัจจัยที่มีเอื้ออำนวยต่อการก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิต
จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะหาดาวดวงอื่น ๆ ที่มีสภาพที่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว
และมันอาจจะไม่มีเลยก็ได้ในจักรวาลหรือเอกภพนี้

แต่ดาวดวงนี้อาจจะไม่ได้เป็นเช่นนี้ตลอดไป
เพราะทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง   . . .

ดาวโลกที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่โตที่มหาศาล กำลังถูกทำให้เสียสมดุลที่มีอยู่มานับหลายล้านปีด้วย
ฝีมือของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่บนดาวภายในระยะเวลา 200 ปีนับจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

จากที่ใครเคยพูดไว้้ว่า มนุษย์นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
ตอนนี้ก็ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า มันเป็นความจริง

ภาวะโลกกำลังร้อนที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเกิดจากฝีมือของมนุษย์นั่นเอง

แล้วนี่คงถึงเวลาที่มนุษย์จะต้องเปลี่ยนแปลงโลกอีกหนึ่งหน
นั่นคือการเปลี่ยนโลกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งถือว่ายากกว่า

แต่เราก็จำเป็นต้องทำ และต้องรีบทำ

เพราะผลของมันคือความอยู่รอดของเราเอง

 

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง (อย่างแรง) :  ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

เมื่อโน้ตบุ๊คหาย (ต่อ)

posted on 01 Oct 2009 20:15 by oatato  in Messages

บางคนอาจจะพอจำได้ว่ามีเอ็นทรีเรื่องนี้เขียนไว้เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้  >>>

วันนี้จะมาเล่าต่อ ...
ว่าเจ้าหัวขโมยตัวแสบยังไม่หายไปไหน มันกลับมาปฏิบัติการอีกแล้ว

คราวนี้ไม่ได้มาโจรกรรมที่ออฟฟิตบริษัทผม เหมือนคราวก่อน
เพราะได้ทำการติดตั้งระบบ door access ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ออฟฟิตข้าง ๆ ยังไม่ได้ติดตั้งระบบแบบนี้ (เนื่องจากมีคนภายนอกมา
ติดต่อเยอะ คนภายในก็เดินข้ามแผนก/ข้ามห้องไปมาก็เยอะไม่แพ้กัน)
ก็เลยตกเป็นเป้าหมายของโจรในครั้งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

ผลก็คือโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องจากอีกหนึ่งบริษัท
ที่ถูกสังเวยให้กับโจรแสบจากการลงมือปฏิบัติการครั้งนี้

. . .

จากการได้รับรู้ถึง 2 เหตุการณ์นี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทำให้พบความคล้ายคลึงกันหลายจุดคือ

1. เวลาปฏิบัติการณ์ คือช่วงเวลาเลิกงานตอนเย็น (ในกรณีนี้คือหลัง 5 โมงเย็น)
2. สถานที่ลงมือปฏิบัติการณ์ คือ ออฟฟิตที่ประตูเปิดโล่ง
3. วัตถุเป้าหมายคือ โน้ตบุ๊ค เพราะหยิบฉวยง่าย ซ่อนได้รวดเร็ว และมิดชิด
4. เน้นรวดเร็วฉับไว เพราะรีบร้อนมากจนไม่มีเวลาพอที่จะถอดเอาปลั๊กไฟไปด้วย
5. กล้องวงจรปิดในลิฟต์ออกจะชัดแจ๋ว แต่ไม่เคยหาผู้ต้องสงสัยเจอ
6. ผู้บริหารตึกไม่ยอมลงทุนติดกล้องตรงทางเดินทุกชั้นซักที จะงกไปไหนกัน

ออฟฟิตใครที่เข้าข่ายตามนี้ก็ลองระมัดระวังกันดูหน่อยนะครับ
อย่าให้ทรัพย์สินมีค่าของเราถูกใครฉกไปให้เจ็บใจเล่นแบบนี้

ยกเว้นแต่ว่า
คุณกำลังมีแผนที่จะซื้อเครื่องคอมพ์ใหม่มาแทนเครื่องเก่าที่ตกรุ่น
แล้วไม่รู้จะกำจัดมันออกไปจากชีวิตยังไง

นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีก็ได้นะ เหอ เหอ

นกกระจิบ ซีซั่น 2

posted on 08 Sep 2009 23:30 by oatato  in Galleries

รู้สึกว่าผมจะไม่ได้พูดถึงนกกระจิบที่มาอาศัยอยู่ที่บ้านมานานแล้ว
ไม่ใช่เพราะว่ามันหายไปหรอกครับ แต่มันไม่เคยหายไปไหนเลยต่างหาก

หากลองนับดูจากเอ็นทรี่ก่อนที่เคยพูดถึงก็ปาเข้าไปราว ๆ หนึ่งปีครึ่งเข้าไปแล้ว 

มันโบยบินออกไปหากินทุก ๆ เช้า แล้วก็กลับมาทุกเย็นเพื่อมาเกาะนอนที่ต้นไผ่
เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนตอนนี้ทุกคนเคยชินกับการเปิดประตูเข้าบ้านตอนเย็น ๆ
แล้วจะต้องเห็นนกกระจิบขาประจำหนึงตัวเกาะอยู่ที่ต้นไผ่ข้างประตู
มาโผล่หน้าแอ๊บแบ๊วให้เห็นกันอยู่ทุกวี่วัน ขาประจำตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า "จิ๊บ"

เวลาราว ๆ  6 โมงเย็นน่าจะเป็นเวลามาตรฐานของการปรากฏตัวของจิ๊บ
ในบางวันจิ๊บก็จะพาคู่กลับมาอยู่ด้วย - ซึ่งเราก็จะเรียกมันว่า "จุ๊บ" - มาเกาะซบกัน
ที่กิ่งเดียวกัน แต่บางวันก็มีแยกไปอาศัยอยู่กันคนละมุม เดาว่าอาจจะมีงอนกัน

(รูปนี้ถ่ายประมาณปีที่แล้ว)

น้องจุ๊บจะขี้ตกใจกว่า คือหากมีใครเดินผ่านในขณะที่มันเพิ่งกลับมาใหม่ ๆ ไม่นาน
มันจะบินหนีไปตั้งหลักอยู่ที่ต้นไม้ต้นอื่นที่อยู่ไม่ไกลนัก  แต่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมา
ในขณะที่ขาประจำอย่างจิ๊บไม่เคยสนใจ ขดตัวหลับต่อไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
แต่อย่างใด ประมาณว่าคงเป็นนกที่หลับลึกตัวหนึ่ง

จากเดิมที่เห็นเป็นประจำแค่หนึ่งตัว บวกกับอีกตัวที่มาแบบผลุบ ๆ โผล่ ๆ เป็นครั้งคราว
แต่ช่วงหลังนี้จะเห็นกลับมาเป็นคู่บ่อยขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามันตกลงปลงใจจะหมั้นหมายกัน
ก็อาจเป็นเพราะว่ามันเคยชินกับคนที่บ้านมากขึ้นแล้ว

แต่เมื่อวานนี้ มีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป  ถือว่าเป็นเซอร์ไพรซ์แห่งปี

(รูปที่ถ่ายเมื่อวานนี้ )

ไม่รู้ไปหอบลูก ๆ มาจากไหนอีก 2 ตัว !!

เดาว่าลูกนกอาจจะเพิ่งหัดบิน ก็เลยบินย้ายจากรังเกิดมาอยู่ด้วยกันแถวนี้เลย

(กด zoom-in สุดชีวิต ไม่กล้าเข้าใกล้มาก ดูจากสายตานก ท่าทางจะระแวง)


ถ้าสังเกตุดูดีดี ตัวลูกจะมีขนสีเข้ม และตัวเล็กกว่า มีพ่อแม่ยืนประกบซ้ายขวา
เพื่อความปลอดภัย ดูเป็นครอบครัวนกที่อบอุ่นดี

แอบหวังว่ามันจะกลับมาทั้งครอบครัวแบบนี้อีกในวันนี้ ไม่หนีไปไหน
ก็แค่อยากให้มันมาอยู่อาศัยอย่างอบอุ่นที่นี่ทุก ๆ วันน่ะ

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง:


Tweeterview: วู้ดดี้ vs. โจอี้บอย

posted on 07 Sep 2009 14:55 by oatato  in Notes

คลิปสัมภาษณ์สดผ่าน Twitter

Tweeterview @woodytalk with @joeybangkokboy

เป็นกันเองมาก ไม่ต้องมาปั้นคำพูดให้สวยหรู ไม่มีเซนเซอร์ และไม่มีโฆษณา

ที่สำคัญคือคน follow twitter มีส่วนร่วมตั้งคำถามได้
(ก็เลยขอมีส่วนร่วมส่งคำถามไปหนึ่งข้อไปแบบกลาง ๆ
ไม่อยากเจาะจงลึกมาก เดี๋ยวเค้าจับได้ว่าเคยรู้จักกัน )

 

ผมชอบไอเดียนี้ อยากให้มีบ่อย ๆ แต่ก็คงเป็นไปได้ยาก
เพราะค่าตอบแทนของกิจกรรมนี้ถือว่าไม่มีเลยก็ว่าได้

และบรรยากาศแบบนี้จะทำให้ผู้ถูกสัมภาษณ์(เผลอ)เปิดใจออกมาได้มากกว่า
การสัมภาษณ์ผ่านรายการทางทีวี ไม่จำเป็นต้องห่วงภาพลักษณ์ของตนเองจนเกินไป
และไม่ต้องกังวลกับการจับจ้องผ่านสายตาของ "สื่อ" บางแห่งที่มักจะนำคำพูดไปต่อยอด
สร้างกระแสให้วุ่นวายต่อไป

มันอาจจะถึงเวลาที่ผู้ชมต้องการเสพอะไรที่แปลกใหม่กว่าสิ่งเดิม ๆ ที่มีอยู่
และรวมไปถึงอะไรที่ดูเป็นชีวิตจริงกว่าด้วย เพราะศิลปินเหล่านั้นก็เป็นคนเหมือนเรา

มิได้มีประชาชนครอบครองเป็นเจ้าของแต่อย่างใด

 

ป.ล. คืนนี้น้าหยุ่นก็สัมภาษณ์นายกฯผ่าน Twitter ... อย่าลืมติดตามชม

 

Recommend