ไทม์แคปซูล

posted on 10 Jan 2007 23:26 by oatato in Inspiration

คุณเคยย้อนกลับไปอ่านข้อความเก่า ๆ ที่เคยเขียนเอาไว้บ้างหรือเปล่า

ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นข้อความในบล๊อกหรอกนะครับ อาจจะเป็นไดอารี่ หรือ
สมุดเฟรนด์ชิพที่คุณเคยเขียนให้เพื่อน (ในกรณีคุณหาเพื่อนเจอ และขโมยมันมาจากเพื่อนได้)
สมุดบันทึก หรือเศษกระดาษที่เคยขีด ๆ เขียน ๆ อะไรไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
อาจจะเป็น ปีที่แล้ว / 5 ปีที่แล้ว / 10 ปีที่แล้ว หรือยาวนานกว่านั้น

อยากให้คุณลองอ่านดู มันอาจจะทำให้คุณรู้ว่าเวลาที่ผ่านมา
เริ่ม
นับจากช่วงที่คุณบันทึกข้อความ . . . มาจนถึงเวลาที่คุณกลับมาสัมผัสมันอีกครั้ง
คุณได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่

ผมไม่ใช่คนชอบบันทึกข้อความเลยไม่มีสมุดบันทึกอะไรที่เกี่ยวกับอดีตเอาไว้มากนัก
แต่ก็เคยทำบันทึกที่แปลกกว่านั้นตอนเด็ก ๆตามที่เคยเล่าทิ้งไว้เป็นเรื่องสั้นไว้ก่อนหน้านี้

คือ เขียนจดหมายหาตัวเองในอนาคต แล้วใส่ซองเก็บไว้

เขียนถามตัวเองในอนาคต เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองในปัจจุบัน
.. ซึ่งคงเป็นคำถามที่ไม่มีทางหาคำตอบได้เลยในเวลานั้นที่เขียนจดหมาย
.. แต่มีคำตอบที่ชัดเจนแน่นอนในเวลาที่จดหมายนั้นถูกเปิดออกดู

และที่เขียนเพิ่มเติมคือ การเขียนเล่าถึงความรู้สึกในขณะนั้นเรื่องราวตอนนั้น
ความรู้สึกนึกคิดในตอนนั้น ทุกอย่างที่อยากจะเขียนออกมาในกระดาษหนึ่งแผ่น

ทำต่อเนื่องกันมาหลายปี ได้จดหมายข้างบนมีทั้งหมดประมาณ 3 ฉบับ
อาจจะสงสัยว่าทำไมมันน้อยจัง เพราะมันคือความอดทนล้วน ๆ ที่คุณต้องเก็บจดหมาย
ของตัวเองเอาไว้ถึง 3-4 ปี เพื่อรอเปิดมันอีกคร้งหนึ่ง แล้วก็ทำซ้ำแบบเดิมต่อไป
(คือ เขียน เก็บ .................................เปิดอ่าน เขียนใหม่ เก็บ ........................... เปิดอ่าน)

คุณอาจจะถามว่าตอนนี้ผมยัง(บ้า)ทำอยู่หรือเปล่า ขอบอกได้เลยเลิกไปนานแล้วครับ
เพราะว่าถ้าทำมากกว่านี้อาจจะไม่สนุกแล้ว เพราะพแช่วงหลังพอเราโตขึ้น ความคิดของเรา
จะไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่ากับช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น ที่อยู่ในช่วงเรียนรู้ ซึ่งเราจะเห็นความ
เปลี่ยนแปลง
ทางความคิดได้ชัดเจนทีเดียว แต่ตอนี้ถ้าจะทำ อาจจะต้องเว้นช่วงเป็น 10 ปี ไม่ไหวมั๊ง

ถ้ากลับไปพูดถึงคำว่าไทม์แคปซูล คุณคงทราบว่ามันเป็นสิ่งที่ใช้เก็บบันทึกหรือสิ่งของบางอย่าง
ไว้ข้างในที่มีคุณค่าทางความทรงจำและอาจมีประโยชน์ต่อคนที่เปิดมันออกมาอีกครั้งหนึ่งในอนาคต

ถ้าอย่างนั้นจดหมายข้างบนของผมก็คงถือเป็นไทม์แคปซูลเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมยังเด็กเกินน่ะ
ไม่รู้จักหรอกว่าอะไรคือไทม์แคปซูล มันก็แค่เป็นอะไรที่คิดขึ้นมาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเอง
ถือเป็นการเล่นสนุกกับเวลาอย่างหนึ่งแต่ต้องใช้ความอดทนนิดหน่อย สนุกแบบสี่มิติ ก็ไม่เลวนะ
เมื่อเวลาผ่านไป พอเปิดเจ้าไทม์แคปซูลออกมาดู คุณอาจจะแอบอมยิ้มกับความเป็นตัวคุณในอดีตก็เป็นได้

เพิ่งนึกได้ว่าผมยังมีไทม์แคปซูลอีกอันนะ มันมาในรูปแบบของลิ้นชักในตู้ที่ไม่เคยเปิดออกมาเลย
อันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทำหรอก แต่มันใส่ของเอาไว้นานแล้วมีอะไรมากองทับไว้ตู้เลยทำให้มันไม่ได้ถูก
เปิดอีกเลยเป็นเวลา
เกือบ 20 ปี ...

ตอนย้ายบ้านครั้งหลังได้มีโอกาสได้เปิดมันออกมาในที่สุด สมุดการบ้าน งานฝีมือสมัยประถมต้น ของเล่นเด็กไม่มีของชึ้นไหนโดนฝุ่นจับ กระดาษเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยตามกาลเวลา ทุกอย่างดูแทบไม่เปลี่ยนจาก
ครั้งสุดท้ายที่มันถูกแสงแดดกระทบ มันช่วยดึงความทรงจำที่ทิ้งไปบางส่วนให้กลับมาเฮฮาได้อีกครั้งหนึ่ง


อีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าเว็บบล็อกนี้ยังคงอยู่ เช่นเดียวกับข้อความที่คุณพิมพ์ลงไปในวันนี้
คุณน่าจะลองเปิดกลับมาอ่านอีกดูทีนะ ตอนนั้น คุณอาจจะแอบยิ้มให้ตัวคุณเองในวันนี้ก็ได้

Comment

Comment:

Tweet

เคยโชคดีพบเพื่อน
และขโมยเฟรนด์ชิบที่เราเคยเขียนให้เพื่อนมาอ่านได้
ดีใจยิ่งที่ได้เห็นตัวเองอีกครั้ง

นานๆ ทีกลับ้านก็ไปรื้อสมุดบันทึกเก่าๆ มาอ่าน เพลินเชียว

#3 By ยีน (161.200.255.162) on 2007-03-19 11:10

น่าลองทำดูนะครับ

#2 By นายฉิม on 2007-02-12 20:43

ส่วนตัวไม่เคยชอบที่จะเขียนไดอารี่ส่วนตัว ไม่แม้กระทั่งการนั่งเขียนจดหมายตอบเพื่อน ที่ถือเป็นนิสัยที่เสียอย่างหนึ่ง จนเพื่อนๆบ่นกันเป็นแถบๆ พร้อมกับคำต่อว่าต่อขาน ตอบจดหมายชั้นมั่งสิแก ตอบได้แล้ว 555 ถึงตอนนี้โลกจะพัฒนาไปถึงขั้นมีอีแมว แต่นิสัยเสียส่วนนี้ก็ยังไม่เคยลดลง

อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนไม่มีประวัติศาสตร์ส่วนตัวก็คงได้

แต่มีสมุดกลอนอยู่เล่มนึงที่นั่งเขียนไว้เมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว วาดรูปแนวหวานแหวว ระบายสีสวยใสตามวัยในตอนนั้น

จัดตู้หนังสือทีก็มักจะหยิบขึ้นมาอ่านซักที อ่านแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เพราะเรื่องราวในนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความรักในมุมมองสวยงาม ที่แม้จะรักชื่นหรือเจ็บช้ำ แค่ไหน ก็ยังคงมีกลิ่นอายของความละมุนอยู่เต็มไปหมด

ขอบคุณบทความนี้ของคุณโต๋ที่ทำให้ หวนกลับไปนึกถึงสมุดกลอนเล่มเก่าเล่มนั้นอีกครั้ง

#1 By Cable (124.157.236.149) on 2007-01-11 10:25

Recommend