ตอนที่ 1 | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3

คำว่า "โรคจิต" ที่พูดถึงนี่ไม่ใช่้คำเปรียบเปรยแต่อย่างใด

แต่หมายถึง โรคทางจิตในบางประเภทที่มีจากสาเหตุมาจากความผิดปกติของสารเคมี
บางอย่างในสมอง ที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดการสื่อสารข้อมูลระหว่างเซลล์สมอง
ซึ่งทำให้คนที่เป็นโรคนั้นไม่สามารถแบ่งแยกความแตกต่างได้ ว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวนั้น
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มีตัวตนจริง หรือว่าเกิดขึ้นภายใต้จินตนาการของตนเองเท่านั้น

ผลที่ได้ อาจทำให้คน ๆ นั้นมีบุคลิกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลายเป็นคนนิ่งเฉย
ไม่ค่อยพูดจากับใครมากนัก และอาจดูเหมือนว่ากำลังฟังอะไรอยู่ตลอดเวลา
หรือมากไปกว่านั้น เค้าอาจจะพูดคนเดียวไปเลยก็ได้

อาจจะลองนึกภาพตัวเรา เวลาเรานึกอะไรในใจ ก็เหมือนว่าเราพูดกับตัวเราเอง
หรือในเวลาเราฝันหรือจินตนาการว่าพบใครที่ไม่เคยรู้จัก เราก็รู้ดีว่านั่นคือความฝัน
นั่นเป็นเพราะสมองที่ทำงานปกติจะสามารถรู้จักแยกแยะได้เองโดยอัตโนมัติว่า
สิ่งเหล่านั่นถูกสร้างมาจากความคิดของเราเองหรือเป็นเรื่องจริง
(ถ้าเกี่ยวกับการแยกแยะความดีความชั่ว นั่นคงเป็นอีกประเด็นหนึ่ง)

แต่สำหรับคนที่มีอาการดังกล่าวนั้น เขาคิดไปว่านั่นคือคนที่มีตัวตนจริง ๆ มาคอยพูดคุย
ชี้นำ แสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาจนเปรียบเสมือนเพื่อนที่รู้ใจ
และในที่สุดก็เิกิดเป็นความไว้ใจในสิ่งที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของตนเองในทุกเรื่อง
ไม่ว่ามันจะผิดหรือถูกก็ตาม

ซึ่งอาจเป็นเพราะความไว้ใจในคนที่เกิดจากจิตสำนึกมากเกินไป
จึงทำให้พบว่า คนที่มีอาการของโรคนี้ส่วนใหญ่ จึงมักถูกจิตของ
ตัวเองชักจูงให้ไว้ใจคนอื่นน้อยลง และรู้สึกว่าตัวเองถูกติดตาม

ในที่สุดก็จะไม่ไว้ใจและเริ่มไม่ชอบใจคนอยู่รอบข้างเพราะคิดว่า
เป็นคนที่คอยแอบติดตาม ซึ่งมีประสงค์ร้ายบางอย่างกับตัวเขา
หรือบางทีสิ่งที่กำลังประสงค์ร้ายกับเขาก็เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนเช่นกัน

ถ้าใครได้เคยอ่านหนังสือหรือชมภาพยนตร์เรื่อง Beautiful Mind
คงจะพอเห็นภาพของเรื่องที่เล่าได้ชัดเจนขึ้น ที่กล่าวถึงอัจฉริยะคนหนึ่ง
ซึ่งมาพบว่าตัวเองเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิด และในที่สุดก็พบว่าเพื่อนและ
คนรอบข้างหลายคนที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเขา
หรือแม้กระทั่งงานที่กำลังทำ
อย่างคร่ำเคร่งแทบตายนั้น ไม่มีตัวตน และไม่ใช่ความจริง

สุดท้ายเขาก็ต้องพยายามเรียนรู้ที่จะรับมือกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนเหล่านั้น
ตลอดจนถึงการอยู่ร่วมกับสิ่งที่ตัวตนให้ได้อย่างราบรื่นและสงบสุข

. . .

โรคนี้มีชื่อว่า Schizophrenia

ถึงจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิดก็มักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น เพราะอาการต่าง ๆ อาจเริ่มแสดงตัวออกมาได้ชัดเจน
เมื่อผ่านพ้นวัยเด็กไปแล้ว คือมาถึงวัยที่มีความเครียดเข้ามาในชีวิตเพิ่มมากขึ้น ยิ่งมีความเครียดเข้ามา
ในชีวิตมากขึ้นเท่าไหร่ ความผิดปกติของสารเคมีในสมองก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อาการแสดงตัว
ออกมาจนเป็นที่สังเกตุของคนรอบข้างได้มากขึ้น

. . .

มาถึงบรรทัดนี้ หลายคนอาจเริ่มลังเลว่าผมอาจจะเป็นจิตแพทย์
หรือไม่ก็อาจจะเป็นคนที่เป็นโรคนี้และมีอาการเหล่านี้เสียเอง
ถึงได้มาพูดเกี่ยวกับลักษณะของโรคนี้กันอย่างน้ำไหลไฟดับ

ไม่ต้องลุ้นระทึกกันให้หวาดเสียวเล่น เพราะไม่ใช่ทั้งคู่
ที่รู้ก็เนื่องจากว่า มีีคนที่เคยรู้จักเป็นโรคนี้ก็แค่นั้นเอง

เป็นคนที่ทำงานด้วยกันในออฟฟิตเก่า เมื่อ 2-3 ปีก่อน
และในสภาพที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้ ๆ ในชั่วระยะเวลาอันสั้น
(ก่อนที่เค้าจะถูกให้ออกไปเพราะไปตะโกนและทุบโต๊ะเจ้านาย)
จึงต้องควรศึกษาและหาวิธีการปฎิบัติตนในเบื้องต้นที่ถูกต้องเหมาะสม
ไว้ก่อนคงเป็นสิ่งที่ดีกว่าเพื่อไม่ให้เกิดอะไรที่แย่ ๆ ไปกว่าที่เห็นและเป็นอยู่

. . .

มันก็มีที่มานะครับ ว่าทำไมถึงมานึกถึงเรื่องนี้ในตอนนี้
แต่วันนี้ก็ขอแนะนำให้รู้จักโรคนี้เอาไว้ก่อนละกัน
ขอกั๊กไว้พิมพ์เล่าต่อวันหลังนะ

. . .

ว่าแต่ว่าตอนนี้ คุณกำลังเห็นหรือรู้จักใครที่คนอื่นไม่้เห็นบ้างหรือเปล่าครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีกั๊กแฮะ question เห็นเห็นลอยไปลอยมา wink sad smile อ้าวที่แท้ก็เสื้อที่ตากไว้นี่หว่า cry

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-01-08 22:29

^
^
นั่นเรียกโรคประสาทหลอนมั๊งครับ cry

#2 By oatato on 2008-01-08 22:30

ยังไม่เป็นค่ะ แต่จะรออ่านตอนต่อไป

#3 By Little Little on 2008-01-08 23:25

เอะ...หรือว่าปอนเป็นนะ..ปอนชอบพูดกับตัวเองเสมอๆ ครับ คิดเองเออเอง จนบางครั้งก็คิดว่าตัวเองพูดออกมาด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้ปอนมาทำบล็อกในเอ็กซ์ทีนจริงๆ หรือเปล่า คุณโอ๊ตมีตัวตนจริงๆ หรือเปล่าครับembarrassed cry confused smile big smile

#4 By ปอนปอน on 2008-01-08 23:55

แล้วคุณมีตัวตนหรือเปล่า embarrassed

#5 By b613 on 2008-01-09 00:02

ตอนนี้ยัง แต่วันหน้าไม่แน่open-mounthed smile

#6 By devil เม็ดถั่ว on 2008-01-09 00:45

คือว่าอยากจะเล่าครับ..
มีรุ่นน้องคนนึงเค้าเกิดอาการหลอนๆ
ตอนกลับจากไปออกค่ายอาสาครับ
คือได้เหมาโบกี้รถไฟไว้หนึ่งตู้ไว้เดินทางกลับ
แล้วยังไงไม่ทราบพี่แกเห็นคนนอก
ก็ชาวบ้านที่โดยสารรถไฟทั่วไปนี่แหละ
เป็นตำรวจจะมาจับพี่แกไปเข้าตาราง
พี่แกก็จะหาทางออกไปจากรถไฟให้ได้เลย
แล้วก็โวยวายพร่ำบอกว่าอย่ามาจับผมไปเลย
ผมกลัวแล้วๆๆๆ ผมสำนึกผิดแล้ว
สรุปคือต้องนั่งเฝ้าทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอนกันเลย

อ๋อ..เหตุเกิดจากพี่แกลืมสมุดบันทึกเอาไว้บนรถไฟ
ตอนไปเข้าห้องน้ำแล้วไม่ทราบว่าพี่แกเขียนอะไร
ที่เป็นความลับอันสำคัญอะไรนักหนาไว้
พอกลับมาเขารู้สึกว่าบันทึกที่วางไว้ไม่เหมือนเดิม
หลังจากนั้นอาการก็กำเริบแบบที่เขียนไว้ในข้างต้น

ปัจจุบันพี่แกเป็นสจ๊วต อิอิ เป็นได้ไงวะเนี่ย??

#7 By Ocean's Saturday on 2008-01-09 01:31

โอ้ เจอมาเหมือนกันค่ะ แต่รายนั้นเล่าให้ฟังค่ะ ว่าชอบได้ยินเสียง ซึ่งเราก็ฟังเฉย ๆ รู้แต่ว่าเค้าพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เหอ ๆ เจอมาเกือบ 2 เดือนเหมือนกันค่ะ ช่วงนั้น แต่ก็คุยรู้เรื่องบ้างนะคะ big smile big smile แต่จะอยู่ในขอบเขตที่จำกัดในการรับรู้ค่ะ

#8 By tungmay on 2008-01-09 01:38

คิดว่ากำลังจะเจอแนว Bi-Polar Mania สองคนฮะ...

ปล.แอบดีใจ จิตแพทย์บอกสุขภาพจิตผม "ยังไม่ล้ำเส้น" เหอะๆ

#9 By on 2008-01-09 01:42

อ่านแล้วเริ่มพิจารณาตัวเอง..
wink อุ้ย ใครเดินทะลุประตูไปเมื่อกี๊หว่า
ก่อนอื่นขอบอกว่าบลอกสวยมาก สีพื้นกับตัวหนังสือคมชัด ทำให้อ่านง่ายดีมากๆเลยคะ

ใครเป็นละก็ให้รีบไปรักษานะคะโรคนี้รักษาให้หายได้ อย่าได้อาย และทานยาอย่าให้ขาด เช่นเดียวกับคนเป็นโรค เบาหวาน โรคหัวใจ ไม่ต้องอาย เพราะมันเป็นโรคชนิดหนึ่งเหมือนกัน แต่มันเกี่ยวกับสารเคมีในสมองผิดปรกติ...
พูดเหมือนเป็นเอง..เปล่าหรอกคะ เคยไปฝึกงานตอนเรียนพยาบาลที่ร.พ.สมเด็จเจ้าพระยา

#11 By MayaKniGht on 2008-01-09 08:34

ถ้าเห็นน่าจะเป็นผี
ไม่รู้ว่าเฟโรคจติรึเปล่า แต่เฟเก็บกดอ่ะค่ะ - -*

#13 By เฟเน่จัง© on 2008-01-09 09:35

รู้สึกเหมือนตัวเองใกล้ ๆ เลยแฮะ

#14 By klu (124.121.238.187) on 2008-01-09 10:50

ยังไม่เคยเจอแบบตัวเป็นๆค่ะ

#15 By VAR on 2008-01-09 11:57

มีกั๊กไว้ด้วย...เหอๆ...

แต่เราคงจะไม่โรคจิตหรอก...เอิ้กส์confused smile

#16 By robocon on 2008-01-09 12:16

น่าสงสารคนที่เป็นโรคนี้จัง

จะรออ่านตอนต่อ (ที่กั๊ก) เอาไว้นะคะ อิอิsurprised smile

#17 By sora no hime★空のひめ on 2008-01-09 14:57

-0- ถ้าจิตหลอนก็ไปเล่นเกมกันดีกว่ามั๊ย?

#18 By playpark08 on 2008-01-09 15:01

โอ้...

โรคจิตจริง ๆ มีปลีกย่อยอีกหลายชื่อโรคเลยค่ะ ไปหาหนังสือจิตวิทยาอ่านจะพบว่าโรคจิตมีเยอะมาก
สคริสโซโฟเนียนี่ถือว่ายังเบาะ ๆ (เท่าที่จะได้ตอนเรียน)

แต่จริง ๆ ไม่ดีเลยค่ะ น่ากลัว
"เราว่าบางทีเราก็อาจจะเป็นโรคจิตก็ได้"
ใกล้จะเป็นโรคจิตแล้วเหมือนกัน มีแต่เรื่องเครียดๆ

งานนี้ จน เครียด ดื่มนม ไปก่อนละกัน confused smile

#20 By Noah on 2008-01-09 18:33

ก่อนอ่านเอนทรี่ >>
(บล็อก) มิก เชษฐา ยารสเอก
(เว็บ) เฉลียง
(เว็บ) ETC Band
(เว็บ) Sleepless Society

ชอบอ๊ะ

บล็อกนี้มีธีมที่ดูดีมีสไตล์ ชอบโทนสีบล็อกคุณมากค่ะ ดูเป็นผู้ใหญ่ดี เรียบง่าย แต่สวยค่ะ

หลังอ่านเอนทรี่>>
ที่บอกว่าไม่ค่อยพูดกับใคร เหมือนฟังอะไรอยู่หรือไม่ก็พูดคนเดียว อันนี้เห็นบ่อยคือพวกที่ฟังเพลงด้วยการยัดอุปกรณ์ฟังเพลงเข้าหูแล้วก็ร้องคนเดียวค่ะ ใครพูดก็ไม่ได้ยิน และก็ไม่พูดกับใครด้วย sad smile


บางทีก็เบื่อคนรอบข้างนะ เพราะทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ แต่กลับมาคิดอีกทีก็ลองคิดไปนะว่า ขนาดเราเองในบางครั้งยังทำไม่ได้ดั่งใจเราเลย


บรรทัดสุดท้าย ทำเอาเผลอหันมองกระจกเอาได้เลยนะเนี่ย

sad smile

#21 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2008-01-09 21:28

เอ่อ.. ชักไม่แน่ใจแฮะ sad smile

#22 By chubbyhole on 2008-01-10 19:26

big smile

#23 By นานา (117.47.91.180) on 2008-01-12 13:27

เหมือนตัวเองจะเป็น sad smile

#24 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-01-16 00:33

หาเอ็นทรี่ไม่เจอ ค้นได้


กำลังโหลดข้อมูลในบล็อก

Recommend