สมัยก่อนตอนที่เป็นบัตรอ่ิอนไม่เห็นมีเลย ตอนเปลี่ยนเป็นบัตรแข็งช่วงแรกก็ไม่มี
(ที่จริงมันชื่อว่า "สมาร์ทการ์ด" ดันเรียกบัตรแข็ง เพิ่งเข้าเมืองกรุงเหรอไงฟะ)

เพิ่งจะมาให้กันจริงจังเมื่อประมาณสองสามเดือนที่ผ่านมาเองมั๊ง

ขอบอกว่าแทบไม่เคยไปใส่ใจดูเลยในใบเสร็จว่า ยอดเงินในบัตรมีเท่าไหร่
ไม่ใช่ไว้ใจอะไรทั้งนั้น ก็เพิ่งเห็นมันโชว์อยู่บนป้ายเครื่องคิดเงินอยู่หลัด ๆ
แถมเดินไปอีกไม่กี่ก้าว พอเอาบัตรไปแปะที่เครื่องผ่านทาง มันก็โชว์ยอดเงิน
ในบัตรให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายอดเงินผิดก็ยังสามารถเดินกลับไปโวยวายได้ทันที
นี่มีใบเสร็จมาแถมให้อีก เป็นการส่งเสริมอาการย้ำคิดย้ำทำอีกรูปแบบหนึ่ง

มีใบเสร็จแล้วได้อะไร ทำไมถึงเพิ่งจะมี
แต่ก่อนทำไมไม่เคยมี ตอนนี้มีดีตรงไหน

ถ้ามีแล้วเบิกได้ ฉันคงดีใจกว่านี้
เก็บมารกโต๊ะทุกที ฝ่ายบัญชีไม่ใส่ใจ

สะสมเหมือนสแตมป์ แลกสเลอปี้
และบวกบิ๊กไบท์ฟรี มีน้ำลายไหล

เจ้าหน้าที่รีบสะกิดว่า อย่าฝันไป
ให้รีบรับเอาไว้ แล้วไสหัวไปซะดีดี

. . .

เรื่องใบเสร็จก็เรื่องหนึ่ง ส่วนของที่แถมมาให้ด้วย นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
ในช่วงนี้มีแจกคูปองฉลอง 8 ปี ชิงโชคมาอีก (เติม 100 บาท แถมหนึ่งใบ)

ขอนำเสนอกรณีศึกษาที่เรียกว่า "เต็มไม้เต็มมือ" ที่สุดของการเต็มเงิน

ขั้นตอนในการปฎิบัติการจะมีดังนี้
1. ทำกระเป่าให้แบน (ระวังแฟนทิ้ง) ไม่มีเงินจะเอาไปเติมบัตร
2. หยิบบัตรเอทีเอ็มไปกดตังต์เพื่อเอามาเติมเงิน
หมายเหตุ: ต้องเป็นตู้เอทีเอ็มบนสถานีบีทีเอสเท่านั้น สถานีดับเพลิงไม่เอา
3. เบิกเงิน 500 บาท หรือ 1,000 บาท (หรือ 20,000 บาท ก็ได้) ตามศรัทธา
4. ให้เลือกขอใบรับเสร็จ เมื่อตู้ถาม ถ้าตู้ไม่ถาม ให้ถามตู้แทน
5.
หยิบเงิน หยิบบัตรคืน จะเหลือไว้ก็ได้ ตามศรัทธา
6. อย่าเพิ่งเก็บอะไรใส่กระเป๋าตังค์ ทำตัวให้พิรุธ แล้วรีบเดินไปเติมเงินทันที
7. หยิบบัตรบีทีเอส พร้อมยื่นธนบัตรที่เพิ่งเบิกส่งให้ทันที พร้อมบอกอย่างมั่นใจว่า
ซื้อบัตรเติมเงิน 200 บาท เอ๊ย เติมเงินบัตร 200 บาท

. . . 

และในที่สุด หลังจากที่คุณได้รับทุกอย่างคืนจากเจ้าหน้าที่แล้ว
สรุปรายการสิ่งของที่อยู่ในมือคุณจะมีดังนี้
1) บัตรเอทีเอ็ม
2) ใบเสร็จจากตู้เอทีเอ็ม
3) เงินทอน 800 บาท (ธนบัตร 500 x1, 100 x3 หรือ 100 x8 ถ้าคุณโชคร้า่ย)
4) บัตรบีทีเอสที่มีเงินเติมแล้ว
5) ใบเสร็จจากการเติมเงิน
6) ซองใส่บัตรบีทีเอที่แจกใหม่ทุกครั้ง
7) คูปองชิงโชค 2 ใบ จากการเติิมเงิน 200 บาท

ถ้านับแยกชิ้น จะได้จำนวนถึง 11 ชิ้นด้วยกัน (อาจไปถึง 15 ชิ้น ถ้าคุณโชคร้าย)

คุณเองก็สามารถเลียนแบบกรณีศึกษาของการ "เต็มไม้เต็มมือ" นี้ได้
เพื่อความบันเทิง ประชดตัวเองยามที่ชีวิตสงบสุขหรือราบเรียบเกินไป

Comment

Comment:

Tweet

#15 By cenjo0013 (125.27.117.50) on 2009-12-05 20:20

ช่ายเห็นด้วยนะครับ ๆconfused smile

#14 By โปรแกรมบัญชี (58.9.156.94) on 2009-01-23 13:12

เติมร้อยนึงมันแถมให้ห้าบาทด้วยนะเออ น่าฉงนsad smile

#13 By blackholesun on 2008-02-04 14:13

ถ้าเขาไม่ให้ใบเสร็จคุณ เขาทำผิดกฎหมายนะครับ

เพราะการขายสินค้าหรือบริการแล้วไม่ออกใบเสร็จ

สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้

คาดว่าคงมีการรายงานสรรพากรหรือไม่ก็โดนฟ้องลับ ๆ ครับ

เลยได้เริ่มแจก sad smile

#12 By Penz on 2008-01-30 22:16

อ่า ใบเสร็จเนี่ย จำได้ว่าช่วงแรกๆข้า้น้อยมีปัญหา ก็เอาใบเสร็จไปยืนยันว่าเติมไปแล้ว =w=๐

เหอๆ แต่เดี๋ยวนี้คงไม่แล้วล่ะมั้ง เนี้ยว~

#11 By mayWz on 2008-01-24 22:43

เห็นด้วยค่ะว่าเต็มไม้เต็มมือจริงๆ รับมาแต่ละครั้งก็โยนลงกระเป๋าก่อนเลยค่ะ เฮ้อ sad smile

#10 By maebin on 2008-01-10 23:38

เติมเงินแล้วโกยของใส่กระเป๋า ถึงที่หมายค่อยเอามาดูว่ามันมีอะไรบ้างsad smile

#9 By Meowzilla Zilla on 2008-01-10 17:51

ถ้าไม่แจกใบเสร็จช่วยโลกร้อนได้เยอะเชียว
อย่าง นาคารกรุงเทพ กดตังค์ทุกครั้งก่อนว่ารับใบเสร็จมั้ย
พร้อมแจ้งข้อึความว่าเงินเหลือเท่าไหร่ ดีจริงๆbig smile
ผมไม่ได้ใช้บัตรเติมเงินน่ะครับ เพราะไม่ค่อยได้ใช้
แต่อยากให้เป็นมีแบบที่ใช้ร่วมกับ MRT ซักที
ถ้ามี ผมคงจะหามาใช้ซักใบ

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-01-10 14:25

กระเป๋าแบน ไม่มีแฟนจะให้ทิ้ง

ว่าแล้ว พรุ่งนี้เติมตังค์บัตรรถไฟฟ้าด้วย เกือบลืม

เอนทรี่นี้ดีจริง ๆ ค่ะ เกือบลืมหยิบตังค์แล้ว 555
sad smile ไม่สันทัดกรณีใดเลยค่ะ บ้านนอกในกรุง sad smile

#5 By tungmay on 2008-01-10 12:42

อ่านแล้วทำไมมันวุ่นวายดีจังละคะ การใช้บัตรทั้งหลายนี่

#4 By MayaKniGht on 2008-01-10 12:34

โอย.. ตาลาย wink
วุ่นวายนัก งั้นเปลี่ยนเป็น BMTA ซะเลย

#3 By Already Exist™ on 2008-01-10 09:37

อะโฮะๆๆๆ นานๆ ปีจะไปสัมผัสบีทีเอสสักทีครับเลยใช้แต่หยอดเหรียญ ส่วนใหญ่นั่งแต่เรือ มีคูปองเป็นเล่มๆ ให้ฉีกเวลาลงเรือแค่นั้นเองsad smile เพราะฉะนั้นในกระเป๋าสตางค์ก็จะมีคูปองอยู่เล่มนึงพกพาหอบหิ้วกันไปตลอดจนกว่าจะหมดเล่ม (มี 25 ใบต่อเล่ม) กระเป๋าสตางค์ก็จะหนาทีเดียวครับsad smile

ปอนก็เคยมีวัตถุในมือมากๆ เหมือนกันครับ ยุ่งวุ่นวายมากมายทีเดียวเลยครับbig smile

#2 By ปอนปอน on 2008-01-09 23:35

ไม่ดีกว่าครับ..sad smile

วุ่นวายดีจังเลย

นึกภาพตามเรื่องง่ายๆทำไมต้องทำให้ยุ่งยากด้วยนะ

#1 By palermos on 2008-01-09 23:24

Recommend