แวะเข้าไปอ่านเอ็นทรีของคุณ PoY : ประเทศไหนใช้ไฟเปลือง
ได้มีโอกาสเจอภาพที่เคยเห็นมาเมื่อหลายปีมาแล้ว ...

นั่นคือ ภาพถ่ายของพื้นผิวโลกในยามค่ำคืน (Earth at Night) โดยองค์การนาซ่า

Eatch at Night

ผมรู้สึกว่าภาพถ่ายนี้เป็นภาพแห่งการสร้างสรรค์ความคิดได้ดีเยี่ยมภาพหนึ่ง

เพราะเป็นภาพที่มองแล้วทำให้เกิดมุมมองทางความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้หลากหลาย

- เป็นภาพที่บ่งบอกถึงความเจริญของมนุษย์ตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยวัดจากความสว่าง
- ถ้าความเจริญเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมประเทศในแถบเหนือถึงมักเจริญกว่าประเทศตอนล่าง
- นักถ่ายภาพอาจจะกำลังอยากรู้ว่าภาพที่ถ่ายมีขนาดกี่กิ๊กกะพิเซล ใช้เลนส์ยี่ห้ออะไร
- บางคนอาจจินตนาการถึงการเป็นนักบินอวกาศที่มีโอกาสขึ้นไปเห็นภาพนี้ของจริง
- กลุ่มอนุรักษ์นิยมอาจใช้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญทีี่่จะมัดตัวว่าประเทศไหนใช้ไฟมากมายกว่าใคร
- บางคนคงสงสัยว่าทำไมถึงถ่ายภาพกลางคืนได้พร้อมกันในโลกที่สลับกลางวันและกลางคืน
- Google คงไม่คิดจะเอาภาพมืด ๆ แบบนี้ไปใช้ในโปรแกรม
Google Earth แน่ ๆ
- ฯลฯ

. . .

ผมก็เกิดความคิดฟุ้งซ่านบางอย่างเวลาที่มองภาพนี้เช่นกัน ...

สงสัยว่าโลกนี่เป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในจักรวาลหรือเปล่าที่สามารถเปล่งแสง
ออกมาให้เห็นได้จากนอกดวงดาว จากฝีมือของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้

เป็นคำถามคล้าย ๆ กับคำถามที่ว่า ในจักรวาลนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่นอีกหรือไม่
ซึ่งถึงจะฟังดูคล้าย ๆ แต่ก็ไม่เหมือนกัน เพราะหากมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นจริง เขาอาจจะ
ไม่มีอุปกรณ์กำเนิดแสงสว่างอย่างเราก็ได้ พวกเขาอาจไม่มีคนที่ริเริ่มทดลองประดิษฐ์
หลอดไฟอย่าง โทมัส เอดิสัน หรืออาจจะมีก็ได้ แต่เกิดล้มเลิกการทดลองไปเสียก่อน
ที่จะประสบผลสำเร็จ ในขณะที่คุณเอดิสันบนดาวเราอดทนกว่า ยังคงทดลองต่อไปอีก
นับหมื่นครั้ง จึงประสบผลในที่สุด

ดาวดวงนั้นอาจจะไม่มีแสงไฟสว่างจ้าในยามค่ำคืน ยังคงต้องอาศัยไฟจากฟืนและเทียน
เราอาจจะนึกภาพถึงความยากลำบากในการดำรงชีวิต แต่นั่นอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้

เพราะเราไม่ต้องทำงานหรือออกไปท่องเที่ยวในยามค่ำคืน เอาเวลาไปพักผ่อนเพื่อรอ
ต้อนรับแสงสว่างของวันใหม่ในตอนเช้า อย่างที่สิ่งมีชีวิตประเภทอื่น ๆ เค้าทำกัน

หรือไม่ผู้คนบนดาวดวงนั้นก็อาจจะมีแนวคิดที่ต่างออกไป โดยประดิษฐ์แว่นอินฟราเรด
ที่มีประสิทธิภาพสูง ที่สามารถแสดงภาพได้ชัดเจนไม่แพ้กับการมองเห็นในตอนกลางวัน
ไม่ต้องใช้แหล่งพลังงานไฟฟ้ามากเกินความจำเป็นเพื่อนำไปสร้างแสงสว่างแต่อย่างใด

ใครจะรู้ นั่นอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้ความสว่างก็ได้

. . .

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์หรือปัญหาแบบเดียวกัน ต่างคนก็อาจใช้ทางเลือกที่แตกต่างกัน
ซึ่งต่างคนก็ต่างคิดว่าวิธีการของตนนั้นดีที่สุดที่จะทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคนั้นไปได้อย่างดี

การสร้างแหล่งกำเนิดแสงสว่างขึ้นมานับว่าเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด แต่การนำไปใช้นอกเหนือ
จากแค่การขจัดความมืดออกไปนั้นมีมากมายเหลือเกิน จนบางครั้งดูเหมือนจะมากเสียจน
ไม่ได้เล็งเห็นคุณค่าของมัน

. . .

ถ้าสมมุติว่าแต่ละคนมีเทียนไขอยู่คนละเล่มเหมือน ๆ กัน

คนหนึ่งจุดเพื่อให้แสงสว่างสลัว ๆ และพึงพอใจอยู่กับสภาพนั้นตลอดเวลาจนเทียนหมดไป

คนหนึ่งจุดใช้เฉพาะเืมื่อยามที่ต้องการแสงสว่าง และเป่าให้ดับไปในเวลาที่ไม่จำเป็น

คนหนึ่งจุดเทียนทั้งสองด้านเพื่อให้ได้ความสว่างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในเวลาที่สั้นลง 2 เท่า

อีกคนหนึ่งที่กำลังมีความคิดแปลกใหม่โดยแบ่งเทียนออกไปเป็นสองท่อน แล้วจุดไฟพร้อมกัน
ในทั้ง 4 ด้านเพื่อความสว่างยิ่งยวด ... โดยไม่คำนึงถึงประเด็นสำคัญที่ว่า อีกเดี๋ยวมันก็ดับแล้ว

. . . 

บางทีโลกเราอาจกำลังทำตัวเหมือนกับคนสุดท้ายนี่เอง

Comment

Comment:

Tweet

แหมดูแสงที่กรุงเทพสิ อิอิ

#34 By blueboat on 2008-05-22 12:43

เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ชอบความมืดหากไม่ใช่เวลานอนหลับ แต่ก็ไม่ชอบแสงสว่างมากจนเกินไปเพราะจะทำให้แสบตา big smile

คงเลือกที่จะจุดเทียนในเวลาที่ขาดแสงจากดวงอาทิตย์ ให้สว่างพอที่จะทำกิจธุระเสร็จแล้วจึงดับเทียนเพื่อเข้านอน

จะใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์หากเราทุกคนช่วยกัน big smile Hot! Hot! Hot!

#33 By ~ N ~ on 2008-02-24 17:37

big smile big smile

#32 By LokMreDome on 2008-02-19 14:42

เรื่องพวกนี้ยากมากๆๆ เลย

คนไทยสบายเกินตัว

แก้ไม่หายคร๊าบบบบบบบ
ถึงจะปลุกฝังมาดี แต่เจอสังคมรอบตัว เดียวก็กลายเป็น

ผมก็เป็นนิดๆหน่อย
เป็นทุกคนและคับ
Hot! รักโลกจัง

#31 By iNum~* on 2008-02-19 05:22

เหมือนเรา กำลังทำร้ายกันเอง โดยไม่รู้ตัว

#30 By iMase on 2008-02-19 03:25

โห ให้ข้อคิดดีทีเดียวค่ะ

แต่มาคิดดูนี่เรานั่งทำงานกะเล่นเน็ตถึงดึกดื่นนี่

ก็เปลืองเหมือนกันนะค่ะ (เพิ่งคิดได้เรอะ)

อีกมุมมองหนึ่งก็คือ มุมมองศิลปะ มันก็ดูสวยดี

แต่มองกลับกันมันกลับให้โทษนะค่ะ

เอนทรี่นี้ได้ใจค่ะ ให้ไปเลยHot! Hot! Hot!

#29 By