ช่วงนี้ คนรอบตัวมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการเจอพวกหลอกลวงต้มตุ๋น
ผ่านทางโทรศัพท์ทั้งนั้นเลย กรณีที่เล่ามาก็จะเป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน เช่น
มาบอกว่าได้รางวัลให้หลงดีใจ เพื่อที่จะให้บอกเลขที่บัญชีและข้อมูลอื่น ๆ (ที่ไม่ควรบอก)
เพื่อที่จะโอนเงินรางวัลให้ หรือไม่ก็ออกมาแนวซีเรียสว่าบัญชีของคุณถูกแฮก
ต้องการให้บอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำการระบุตัวตน

ถ้าถามแค่ชื่อหรือเลขที่บัญชีก็ถือว่ายังเป็นเรื่องปกติ แต่การถามเลยไปถึงวันเดือนปีเกิด
เลขที่บัตรประชาชน ที่อยู่ หรือ ยอดเงินคงเหลือในบัญชีนั้น ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ควร
เปิดเผยมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพวกที่อ้างตัวเองว่าเป็นตัวแทนจากธนาคารของ
เจ้าของบัญชีเอง ทำไมจะตรวจสอบเองไม่ได้ ถ้าอ้างว่าเป็นการตรวจสอบตัวตนของเจ้าของ
บัญชีก่อนการมอบรางวัลแล้วล่ะก็ อย่างนี้ขอเดินทางไปให้ตรวจสอบถึงที่ธนาคารเลยดีกว่า

อาจเป็นเพราะความฉุกละหุกแบบไม่ได้ตั้งตัว บวกกับความตื่นเต้นดีใจที่เข้าใจว่าได้รางวัล
ก็เลยส่งผลให้เกิดอาการขาดความเฉลียวใจ และหลวมตัวเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวออกไปอย่างง่ายดาย

ซึ่งในกรณีของรายหนึ่งที่เล่าให้ฟังนั้น อาจจะถือว่าเป็นโชคเข้าข้างก็ได้ที่เงินในบัญชีเขาเหลืออยู่
แค่ไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งพอพวกโทรเข้ามาได้ยินข้อมูลเช่นนั้น ก็เลยขอตัดบทว่าจะติดต่อกลับมาภายหลัง
ซึ่งก็ไม่พบว่ามีการติดต่อกลับมาอีกเลย

ในที่สุด พอมารู้สึกตัวว่าเจอพวกต้มตุ๋นเข้าให้แล้ว เขาก็ยังต้องไปยกเลิกบัญชีอยู่ดี เพื่อความปลอดภัย
เพราะหลวมตัวบอกเลขที่บัญชีไปและข้อมูลอื่น ๆ ไปเยอะแล้ว

. . .

ส่วนอีกรายหนึ่งที่ไม่ได้โชคดีเหมือนรายแรก เพราะเจอพวกที่มีเทคนิคลึกล้ำและบ้าบิ่นกว่า
คือ เป็นการอ้างว่าโทรมาจากธนาคาร(อีกแล้ว) มา
แจ้งเกี่ยวกับการถูกรางวัลของเจ้าของบัญชี

แต่เหตุการณ์เริ่มแตกต่างและมีความซับซ้อนขึ้น เริ่มตรงที่เจ้าของบัญชีนั้นไม่อยู่ที่บ้าน
ผู้ที่รับสายนั่นคือ คนใช้ภายในบ้าน ถึงจะไม่ได้ติดต่อกับเจ้าของบัญชีโดยตรง ก็ยังมีลู่ทาง
สำรองที่สามารถหลอกล่อต่อไปได้อีก คือ ขอให้เหยื่อรายใหม่ (คนรับสาย) รีบโทรแจ้งเจ้าของ
บัญชีโดยทันที เพราะมีกำหนดรับของรางวัลต้องเป็นภายในวันนี้เท่านั้น (แล้วทำไมไม่รีบโทรมา)
แล้วเดี๋ยวจะโทรกลับมาถามความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง (มีที่ไหนที่จะมอบเงินให้เขา ยังเอาใจกัน
สุดขีดขนาดนี้ แล้วถ้าเอาใจใส่ใกล้ชิดขนาดนี้
...ทำไมเมิงไม่รีบโทรมา...)

และฉากที่สำคัญ ก็คือตอนนี้แหละครับ คือขณะที่ปลายสาย (เหยื่อ) เข้าใจว่าการสนทนานั้น
ได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงรีบ
วางสายไปก่อนเพื่อที่จะต่อโทรศัพท์ไปหาเจ้านายที่เป็นเจ้าของบัญชี

แต่ความเป็นจริงคืออีกฝั่งไม่ได้วางสายเลยครับ พวกนั้นก็ปล่อยให้เหยื่อกดเบอร์โทรศัพท์ออกไป
โดยไม่รู้ระแคะระคายเลยว่าการต่อสายโทรศัพท์ครั้งนั้น ไม่ได้ถูกต่อออกไปยังที่อื่นเลย

คู่สายเดิมยังคงรออยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง กำลังเตรียมดำเนินการตามแผนขั้นถัดไป ...

(ขอขยายความเกี่ยวกับโทรศัพท์บ้านว่า หากผู้ที่เป็นต้นทางต่อโทรศัพท์หาใคร แล้วปลายสาย
เกิดวางหูไปก่อน สายจะยังไม่ถูกตัดออกไปจนกว่าต้นสายจะเป็นผู้วางสาย ซึ่งถ้าหากปลายทาง
มีการยกหูขึ้นมาอีก ก็ยังสามารถต่อกับต้นสายได้ต่อไป ซึ่งสายจะตัดก็ต่อเมื่อ ต้นสายเป็นผู้วางสายเอง
-- ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้ใช้โทรศัพท์ทำการตรวจสอบฟังสัญญาณโทรศัพท์ก่อนการโทรออกทุกครั้ง
ก็จะสามารถช่วยจุดบอดตรงนี้ได้เป็นอย่างดี)

และพวกนั้นก็เริ่มกระบวนการถัดไปโดยเปิดการสนทนาครั้งใหม่ เป็นคนใหม่ โดยอ้างว่าเป็นคนที่ทำงาน
ที่รู้จักเจ้าของบัญชีเป็นอย่างดี และบอกว่าเจ้าของบัญชีนั้นติดประชุมอยู่ และขอตัวไปตามซักครู่
(ให้ถือสายรอ เพื่อความสมจริง) แล้วก็กลับมาพร้อมบอกว่าเจ้าตัวไม่สามารถออกมาคุยได้ในตอนนี้
แต่ได้ทราบเรื่องแล้ว ขอให้ที่บ้านดำเนินการอะไรเท่าที่จะสามารถทำได้ไปก่อน แล้วเดี๋ยวจะไปจัดการ
เคลียร์เงินทีหลังเมื่อกลับถึงบ้าน แล้วก็วางหูไป (
คราวนี้วางหูจริง ๆ ให้สายตัดไป)

และเว้นช่วงไม่นานหลังจากนั้น พวกนั้นก็จะทำทีเป็นโทรกลับไปที่บ้านในบทบาทของเจ้าหน้าที่ธนาคาร
เพื่อสอบถามความคืบหน้า ซึ่งทางเหยื่อก็เล่าเรื่องตามที่ได้ยินมา พวกนั้นก็จะบอกว่ายอดเงินในบัญชี
ของเจ้าของบัญชีนั้นมีไม่พอที่จะผ่านเงื่อนไขข้อหนึ่งสำหรับการมอบรางวัล (มีอย่างนี้ด้วยแฮะ)

จึงขอให้่หาทางโอนเงินเข้าบัญชีโดยด่วน ซึ่งเหยื่อเองก็ถูกหลอกให้หลงเข้าใจผิดไปแล้วว่า
เจ้าของบัญชีให้จัดการอะไรไปล่วงหน้าไปก่อน ก็เลยบอกว่าจะเอาเงินตัวเองโอนเข้าไปให้

เหยื่อบอกว่าตอนนี้เงินที่ติดตัวมีไม่พอที่จะโอนให้ครบ 10,000 บาท (เป็นเงื่อนไขที่ทางโน้นกุขึ้นมา)
พวกนั้นก็ทำเนียนต่อว่า สามารถใช้ทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อที่จะใช้ค้ำประกันแทนเงินโอนก็ได้่ (เฮ้ย!)
เหยื่อก็บอกว่าตัวเองมีสร้อยทองอยู่ (หลงกลเต็มสูบ) พวกนั้นก็บอกว่าใช้ได้เลย ให้เดินทางเอามามอบ
ให้พนักงานตามสถานที่ที่กำหนด ซึ่งไม่ใช่ที่ธนาคาร

ก็คงพอเดาได้ใช่ไหมครับ ว่าการที่ทองเส้นนั้นก็ถูกส่งมอบไปให้ใครก็ไม่รู้ที่เข้าใจว่าเป็นคนจากธนาคาร
และไม่มีเงินรางวัลใด ๆ ถูกโอนเข้าบัญชีของเจ้าของบัญชี
และเมื่อรู้ตัวเต็ม ๆ ว่าถูกหลอกหลังจากได้คุย
กับเจ้าของบัญชีตัวจริงตอนที่ได้กลับบ้านมาแล้ว ทั้งหมดนี้
จะทำให้เหยื่อรู้สึกอย่างไร ...

. . .

หลังจากจบเรื่องนี้ อาจมีบางคนที่รู้สึกว่า เหยื่อคนนี้หลงเชื่ออะไรง่ายเกินเหตุไปหรือเปล่า

ลองมองอีกมุมนึง ถ้าใครที่ได้เจอกับสถานการณ์เช่นนั้น ในจังหวะที่อาจจะไม่ทันได้ตั้งตัว
ในช่วงที่ไม่ทันคิดว่ากำลังถูกหลอก คน ๆ นั้นก็อาจจะไม่ต่างจากเหยื่อรายนี้เลยก็ได้
เพราะดูจากการปฏิบัติการแล้ว พวกมิจฉาชีพพวกนี้คงลื่นไหลไปได้อย่างคล่องแคล่ว
และสามารถพลิกแพลงสถานการณ์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมเหยื่อได้ไม่ยาก

แถมพวกนี้มีการทำการบ้านมาก่อน ด้วยการหาข้อมูลเบื้องต้นบางอย่างของเหยื่อมาแล้ว
เช่น ชื่อตัว ชื่อคู่สมรส หรือข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ซึ่งทำให้สามารถหลอกล่อให้ตายใจได้ไม่ยาก

ดังนั้น ถ้าหากมีคนแปลกหน้าโทรมาแล้วอ้างว่ามาจากธนาคารหรือบริษัทใด ๆ ก็ควรระวังเอาไว้ก่อน
ทางที่ดีขอโทรกลับทีหลังแล้ว โทรติดต่อไปที่ธนาคารหรือบริษัทนั้นโดยตรง เพื่อตรวจสอบข้อมูล
ก่อนดีกว่า การบอกข้อมูลอะไรให้คนที่เราไม่รู้จัก คงไม่ใช่เรื่องปลอดภัยเท่าไหร่แล้ว

. . .

ขอเล่าส่งท้ายสั้น ๆ อีกเรื่องนึงละกัน อาจจะไม่ใช่ประเด็นในเรื่องของการโกงหรือการถูกหลอก
แต่เป็นเรื่องของทักษะทางการขายและการใช้วิจารณญาณที่เหมาะสมในด้านการขายมากกว่า

เป็นเรื่องของการโทรมาขายประกันครับ เป็นประกันสุขภาพอะไรซักอย่างหนึ่ง ซึ่งเสียค่าใช้จ่าย
เบี้ยประกันเฉลี่ยเพียงประมาณวันละ 10 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งฟังแล้วมันแสนคุ้มค่าอะไรประมาณนั้น

ทีนี้ทางผู้รับสายก็ยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจซื้อไป (เพราะเล่นโทรมาในวันธรรมดาตอนกลางวัน)
ก็เลยตอบกลับไปว่าจะขอปรึกษากับคนอื่น ๆ ก่อน แล้วค่อยติดต่อกลับไปทีหลังจะได้ไหม
ซึ่งคนขายผู้นั้นก็เลยสวนกลับมาอย่างสุภาพและน่าถีบตกคลองว่า

"เสียเงินแค่วันละ 10 กว่าบาทยังต้องไปปรึกษาใครอีกหรือคะ"

เฮ้อ! นี่แหละ...วาทะที่น่าฟังสำหรับนักขายในยุคนี้

. . .

ป.ล. ทั้งหมดนี่ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ตรงนะครับ แต่เป็นคำบอกเล่าที่มาจากผู้ที่ประสบเหตุการณ์จริง
ยังไม่เคยประสบพบเห็นโดยตรง และก็ไม่อยากเจอด้วย (ไม่ต้องโทรมาเลยนะ กลัวเผลอใจแบบไม่รู้ตัว)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มันช่างจริงๆ

เดี๋ยวนี้ มาทางโทรศัพท์ อีกหน่อยคงเคาะถึงหน้าประตุบ้านsad smile

ระวังๆกันไว้แล้วกันเคอะbig smile

#1 By The★Blue™ on 2008-05-13 22:32

"เสียเงินแค่วันละ 10 กว่าบาทยังต้องไปปรึกษาใครอีกหรือคะ"

<< เคยโดนประมาณนี้เหมือนกัน ด้วยวาจาเอาแต่ใจ ผมเลยตัดสินใจไม่เอาไปในทันที(แต่เคสที่ผมเจอไม่ใช่ขายของนะครับ)

เอนทรี่นี้มีประโยชน์มากๆเลยครับ Hot! Hot! Hot!

#2 By SkyKiD on 2008-05-13 22:37

เคยเจอแบบนี้เหมือนกันค่ะ (คล้ายๆกับรายแรก )
เราไม่ได้บอกเบอร์บัญชีไป แต่ก็เกือบหลงกล จะบอกไปแล้วเหมือนกัน (แต่ในบัญชีมีอยู่ 39 บาทsad smile เหอๆ เอาไปได้ก็เอาไปดิ)

คนไม่เคยเจอกับตัวไม่รู้อ่ะค่ะ ถึงแม้เราจะเคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มามากแล้วแค่ไหน ถึงจะพยายามระวังยังไงก็เถอะ แต่พอถึงเวลาจริงๆ สารภาพค่ะว่า ไม่ได้เฉลียวใจเลย (พวกนี้มันเนียนมากๆ)

เอ็นทรี่นี้ให้ประโยชน์จริงๆค่ะ (เพราะกรณีที่ 2 เราก็เพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย)
Hot! Hot! Hot!
ตั้งสติทุกเวลาคือทางออก Hot!

#4 By rokjitjung on 2008-05-13 23:49

เอะ..คุณโอ๊ตจะเผลอใจรับรักคนที่โทร.มาหาหรอครับquestion

ของแม่ปอนสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เองครับ ทั้งๆ ที่เมื่อคืนวันอาทิตย์เพิ่งดูเรื่องนี้ในช่อง Thai PBS ไป พอวันรุ่งขึ้นมันโทร.มาเลยครับ ทำเป็นระบบอัตโนมัติเลยนะครับ บอกว่าจากธนาคารนั้นนี้บัญชีเรามีปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ให้เรากดวันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน ฯลฯ ไป

พอแม่ปอนได้ฟังอย่างนี้ก็รีบกดใหญ่เลยครับ กดตัดสายมันไปเลยdouble wink แต่ตอนนั้นปอนไม่ได้อยู่กับแม่ เลยเสียดายเหมือนกันครับ ไม่อย่างนั้นปอนกะว่าจะให้แม่กดข้อมูลผิดๆ ไป แล้วจะลองดูซิว่ามันจะทำยังไงต่อ.. แหม..เสียดายไม่อย่างนั้นได้เล่นอะไรสนุกๆ อีกแล้วdouble wink

แต่พออีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ก็มีธนาคารโทร.มาจริงๆ ครับโทร.มาถามว่าจ่ายตังค์ค่าบัตรเครดิตหรือยังsad smileทั้งๆ ที่จ่ายไปตั้งนานแล้วมันก็บอกว่ายอดเงินเท่านั้นเท่านี้ไม่เห็นมีเข้ามาเลย ไม่เห็นถามข้อมูลส่วนตัวอะไรเลยสักนิด มีแต่บอกข้อมูลให้เราทราบ ยกเว้นถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรเค้าถึงจะถามเพื่อเช็คแค่นั้นเอง

ส่วนเรื่องของรางวัลอาจารย์ปอนก็เคยโดนครับ แล้วมาเล่าให้ฟัง ถ้าเราจะไปรับของรางวัลเองมันจะพยายามบ่ายเบี่ยง พอเราซักถึงสถานที่ตั้งของมันมากๆ มันจะวางสายไปเองเลยครับ แหม..เสียดาย อาจารย์ปอนก็กะจะเล่นอะไรสนุกๆ เหมือนกันdouble wink แต่มันดันไหวตัวทันซะนี่confused smile confused smile confused smile

#5 By ปอนปอน on 2008-05-13 23:51

เป็นอุทาหรณ์เลยค่ะ
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ >[]<!!
เดี๋ยวนี้อันตรายรอบตัวเยอะมากมายเลย T^T

#6 By Mei~Jin on 2008-05-13 23:57

ไอ้เรื่องค่าประกันสุขภาพวันละ 10 กว่าบาทนี่เคยเจอเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าจาเอาข้อมูลมาจาก Citibank (แต่เราก้อไม่เอานะ บอกไปเลยว่ามีอยู่แล้ว ไม่สนใจ เหอๆๆ)sad smile

#7 By imai283 on 2008-05-14 00:04

เคยเจอครั้งนึง มาถามเรื่องบัตรเครดิต วางหูใส่เลย เพราะมีแต่บัตรเดบิต question

#8 By นายตุ้ย on 2008-05-14 00:06

ได้ยินจากข่าวหลายครังเลยช่วงหลังนี้

#9 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2008-05-14 06:33

ได้ยินจากข่าวหลายครังเลยช่วงหลังนี้
ออกข่าวบ่อยมากเลยอ่ะพวกเนี้ย

ว่าแต่ เข้าบลอกนี้ แล้วมีแอดขึ้นอ่ะ เค้าเรียกว่าไงง่ะ pop up น่ะค่ะ

#11 By 재눈 on 2008-05-14 09:48

ยังไม่เคยเจอค่ะ แต่ไอ้พวกโทรมากวนอารมณ์นี่ โดนดีไปหลายรายแล้วค่ะ

#12 By General เบ๊ on 2008-05-14 10:17

เคยมีคนโทรมาแบบนี้เหมือนกัน
แต่วางสายไป เพราะนึกว่าเพื่อนแกล้ง เหอๆ
Hot! Hot! Hot! มีประโยชน์มากเลยค่ะเอนทรี่นี้ ขอบคุณค่ะ โดยส่วนตัวที่เคยเจอจะมีแต่ขายประกันนะคะ โทรมาถี่มาก+บางทีไม่รู้เวลาด้วยค่ะ โทรมา4ทุ่มเนี่ยนะ เวลาทำงานกลางวันโทรมาก็รู้สึกเสียมารยาทพอแล้ว เพราะบางคนไม่ถามสักคำว่าสะดวกคุยหรือเปล่า (ถ้าถาม ปกติเราจะบ่ายเบี่ยงไปน่ะค่ะ)ล่าสุดเลยบอกไปว่า ทำประกันออมทรัพย์ไว้3ตัวแล้ว ไม่ทราบว่าพอหรือยังคะquestion มีการมา อื้อฮึ ก็ดีค่ะ อีกนะคนเรา..น่าจะเอาข้อมูลมาจากตอนสมัครบัตรเครดิตนะคะ แต่ตอนสมัครที่แรกไม่เห็นโดนถี่แบบนี้ สงสัยที่ที่สองจะทำข้อมูลเรารั่วซะละมั้ง ก็ขอให้ระวังกันอย่างถ้วนหน้า+มีสติในการรับมือนะคะ

#14 By parishii on 2008-05-14 11:23

ระวังครับ อย่าประมาท

#15 By iPod (58.97.8.58) on 2008-05-14 11:26

เราก็กลัวเหมือนกัน งานนี้ต้องแบบไม่เชื่ออะไรทั้งสิ้น
ถ้าตัดบทไปว่าจะติดต่อโดยตรงกับธนาคารเอง อาจจะช่วยได้มั้ง

#16 By Little Little on 2008-05-14 12:06

-*- แย่จิงๆคนพวกนี้ เรามะเคยโดนแบบนี้ แต่เจอแบบดทรมาบอกว่าซีเรียสมากให้โทรกลับ
พอโทรกลับ ขายประกันซะงั้น เหอๆๆ

#17 By ซาโก๊ะจัง on 2008-05-14 12:36

แปลกดีครับ มีความพยายามกันจริงๆ

#18 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-05-14 12:51

การหลอกลวงทางโทรศัพท์
เริ่มด้วยความโลภ
ของทั้งคนหลอกและคนถูกหลอก

ส่วนพนักงานขายประกันนั้น่าถีบจริงๆครับsad smile
ไม่โลภ ไม่อยากได้ ไม่โดนหลอกค่ะ

#20 By VAR on 2008-05-14 19:07

เคยได้รับเมสเซจประมาณนี้อยู่ครั้งนึงเกี่ยวกับบัตรเครดิต แต่เราไม่มีบัตรสักหน่อย - -
สมัยนี้...ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกล ก็ยิ่งหน้ากลัวแฮะ เราเองก็ใช่ว่าจะตามพวกเขาทันซะด้วย ถึงจะพยายามไม่เชื่อ แต่บางครั้งก็อาจเผลอไปได้เหมือนกัน
ยังไม่เคยเจอสถานการณ์จริงๆก็คงบอกไม่ได้เหมือนกันว่า ถ้าเจอแบบนี้แล้วจะปฏิเสธได้อย่างเด็ดขาดไปเลยหรือเปล่า

รายที่สองนี่ มาแบบแนบเนียนเลยแฮะ
เพิ่งรู้นะว่า โทรศัพท์จะเป็นแบบนั้นด้วย พวกเขาท่าทางจะมืออาชีพจริงๆ <<ด้านที่ไม่ดีนะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์นะคะ Hot!

#21 By lat_te on 2008-05-14 21:04

น่ากลัวจัง ต้องไปบอกญาติ ที่ต่างจังหวัดให้รู้ไว้ก่อน

และ เรื่องขายประกัน บัตรเครดิต เปลี่ยน วงเงิน น่าเบื่อมากเลยค่ะ โทรมาแทบทุกวัน ก็มีอยู่แล้ว พวกเบี้ยหัวแตก........ พวกนี้ก็ยังตื้อ ให้ซื้ออีก แต่เราเจอวันละ 8 บาทน่ะ คิดไปคิดมา ก็เดือนหนึ่งหลายตังค์อยู่ จนสุดท้าย เราต้องถามกลับไปว่า "ไงค่ะ ผลประโยชน์มันคุ้มมากเลยค่ะ แล้วไงค่ะ ของเก่าต้องทำอย่างไร คุณจะจ่ายค่าเบี้ยอันเก่าให้เราหรือไม่ค่ะ ถ้าจ่ายเราก็จะทำกับคุณอีก?" อันนี้เจอไม่หนึ่ง ราย รีบวางหูไปเลย

แต่ระยะหลังนี้ เราใช้ถามก่อนว่า "จากไหนค่ะ" แต่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีอารมณ์ที่จะคุย ออกแนวงานยุ่งอ่ะ คนที่โทรมาก็จะแนะนำว่ามาจากไหน และเราก็ตอบกลับไปว่า "งานยุ่งอยู่" ด้วยน้ำเสียงเดิม เป็นอย่างนี้บ่อยๆ จน พวกนี้ไม่ค่อยโทรมารบกวน

เราก็ OK นะ มันเบาลง แต่ก็ยังรำคาญอยู่ดีแหล่ะ............

#22 By nane on 2008-05-14 21:18

มีเหมือนกันได้รับโทรศัพท์...แต่ถ้าเจอพูดแบบนั้น..ไม่ทำด้วยอ่ะ


ปล. สงสัยตาจะมีปัญหา..สีเปลี่ยนอีกแล้ว ? หรือไง wink

#23 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-15 00:39

เสียเงินแค่วันละ 10 กว่าบาทยังต้องไปปรึกษาใครอีกหรือคะ"

555555เหมือนจะเคยเจอวาทะนักขายน่ารักน่าถีบอย่างนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย

#24 By GOH-TIC on 2008-05-15 01:09

มันเอากันทุกทางเลย

#25 By iamohmm (118.172.26.46) on 2008-05-15 09:17

เมื่อไม่นานมานี้มีคนโทรเข้ามือถือ หลังจากบอกว่าตนเองได้รับมอบหมายจากธนาคาร X และถามว่า "ได้รับสเตทเมนท์ของบัตร... หรือยัง"
ดิฉันรู้สึกทะแม่งๆ เลยย้อนถามว่า "มีธุระอะไร บัตรที่ว่าได้แคนเซิลไปเป็นปีแล้้ว แต่ยังชำระยอดเข้าไปทุกเ้ดือน เดือนนี้ยังไม่ถึงกำหนด โทรมาทำไม"
เขาก็อึ้ง แล้วก็อึกอักๆ พอดิฉันถามซ้ำอีกก็วางหูไป นึกเอะใจ โทรไปถามที่ธนาคาร X พนักงานตามเรื่องให้ แล้วบอกว่าไม่มีใครในแบงค์โทรหา ยอดบัญชีก็ปกติดี แต่ปัญหาคือ คนที่โทรมาน่ะได้เบอร์ดิฉันมาจากไหน และรู้ได้ยังไงว่าถือบัตรนี้ ของธนาคารนี้

ข้อมูลของเราให้ใครไป ไม่อาจแน่ใจได้ว่าเขาให้ใครต่ออีกกี่ราย แม้จะไม่ได้ถูกหลอกในวันนั้น แต่ก็ไม่สบายใจมาตลอดว่าข้อมูลของเรา ไปอยู่ในมือใครที่ไม่หวังดีหรือเปล่าค่ะ

#26 By RogerWilco on 2008-05-21 23:22

หาเอ็นทรี่ไม่เจอ ค้นได้


กำลังโหลดข้อมูลในบล็อก

Recommend