ได้รับสาสน์สมาคมศิษย์เก่าของโรงเรียน เห็นภาพงานเลี้ยงรุ่นของรุ่นน้องรุ่นถัดไป 1 ปี
ถึงจะรู้จักกันไม่มากนักเพราะเป็นคนละรุ่นกัน แต่ยังไงเวลาเดินผ่านกันไปมาำสมัยเรียน
ก็เลยทำให้พอจะจำหน้าได้บ้าง ส่วนบางคนก็จำได้เป็นพิเศษ เพราะเป็นคู่ขา เอ๊ย เป็น
คู่ประลองฝีมือปิงปอง ซึ่งต้องมาแข่งขันเพื่อชิงโต๊ะเล่นเป็นประจำตอนช่วงพักการเรียน
(เนื่องจากโต๊ะปิงปองมีจำกัด 10 โต๊ะ แต่คนเล่นเยอะมากราวกับว่าเป็นกีฬาประจำโรงเรียน)

ได้เห็นกันอีกทีในรูปเมื่ออีก 10 กว่าปีถัดมา พบว่าทุกคนเปลี่ยนไปตามวัยและกาลเวลา
แต่สีหน้าทุกคนดูมีความสุขที่ได้กลับมาเจอกันอีก ราวกับว่าวัยเด็กนั้นได้หวนกลับคืนมา
อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนักก็ตาม แต่เชื่อว่ามันจะยาวนานกว่าเวลาของ
การใช้ชีวิตตามปกติไปวัน ๆ อย่างแน่นอน
... ทำไมข้าพเจ้าถึงเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น?

พอเห็นรุ่นน้อง ก็ย้อนกลับมานึกถึงรุ่นพี่พวกมัน นั่นก็คือรุ่นข้าพเจ้าเอง กับผองเพื่อน
ซึ่งไม่รู้เป็นอย่างไรกันบ้างตอนนี้ เราไม่มีงานเลี้ยงรุ่นในแบบเป็นทางการมานานแล้ว

ในช่วงที่ได้จบ ม.6 กันมาใหม่ ๆ ถึงทุกคนจะแยกย้ายกันไปเรียนตามสถาบันต่าง ๆ
แต่เราก็หาเวลาและสถานที่พบปะกินเลี้ยงกันทุกปี และก็เป็นอย่างนั้นเรื่อย ๆไปจน
กระทั่งถึงช่วงรับปริญญาของแต่ละคน และนั่นดูเหมือนจะเป็นครั้งสุดท้ายของการ
พบปะกันของพวกเรา

แต่ละครั้งที่ได้เจอกัน สังเกตได้ไม่ยากว่าแต่ละคนนั้นมีมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่เว้นแม้ตัวข้าพเจ้าเอง ซึ่งคงเป็นเรื่องปกติที่คนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตาม
กระแสสังคมใหม่ ๆ ที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ต่างคนต่างมีเพื่อนใหม่ที่อยู่ในสาขาวิชา
เรียนเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายและมีเป้าหมายที่ต้องการไขว่คว้าเหมือนกัน

นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทุกคนต้องยอมรับ ว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

และเช่นเดียวกัน กลุ่มเพื่อนในมหาลัยก็ยังคงหนีวัฏจักรแห่งกาลเวลาไปไม่พ้นอยู่ดี
หลังจากที่ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงาน และได้ออกไปสู่สังคมใหม่ในอีกระดับ
ที่จะต้องเผชิญชีวิตในโลกแห่งความจริง การหาเลี้ยงชีพและสร้างความมั่นคงในชีวิต

แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไป กลับมาพบปะกันบ้างตามวาระ สุดท้ายก็เหลือแค่เพื่อนที่สนิท
แค่ไม่กี่คนที่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งก็แน่นอน แต่ละคนก็เปลี่ยนไปตามสังคมของพวกเขาเอง

หากจะเปรียบกันไป ก็คงเปรียบเหมือนกับละครเก่าที่เอามาทำใหม่ ฉากใหม่ ตัวละครใหม่
แต่บทละครและการดำเนินเรื่องยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นเช่นนี้เรื่อยไป

เคยมีคนบอกว่าเพื่อนคนสุดท้ายที่จะเหลืออยู่ในชีวิต นั่นก็คือคู่ชีวิตของเราเอง
มันคงจะเป็นเช่นนั้นได้จริง หากเราพบคู่แท้ที่จะอยู่ร่วมกันไป
ตราบจนวันตายที่จะมาพรากจากกัน

แล้วจะหาเจอไหม แบบนั้นน่ะ

. . .

ถึงจะไม่มีการเลี้ยงรุ่นกันอย่างจริงจัง แต่ในที่สุดก็ได้มีการมารวมตัวพบปะเจอกันมากมาย
ของเพื่อนเก่าหลายคนกันอย่างที่ไม่คาดคิด ในงานแต่งงานของเพื่อนคนหนึ่งเมื่อ 2 ปีก่อน
(ถือว่าเพื่อนคนนั้นได้พบเจอเพื่อนคนสุดท้ายที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตแล้วล่ะสิ)

ซึ่งถ้าใครที่ได้ไปงานในวันนั้นแล้วโชคร้ายมาได้ที่นั่งแถว ๆ โต๊ะเพื่อนโรงเรียนเก่าของเจ้าบ่าว
แล้วล่ะก็ อาจจะได้ปวดตับไตไปกับเสียงสนทนาเซ็งแซ่กันอย่างเมามันระเบิดเถิดเทิง
ราวกับฝูงนกเพนกวินที่เพิ่งตื่นตระหนกอย่างเริงร่า จากการหลับจำศีลมายาวนานนับสิบกว่าปี

ณ เวลานั้นเอง ที่ข้าพเจ้าได้เห็นสีหน้าทุกคนดูมีความสุขที่ได้กลับมาเจอกันอีก เป็นความรู้สึก
ของวัยเด็กที่สนุกสนานได้หวนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนัก
แต่มันก็ช่างยาวนานกว่าเวลาของการใช้ชีวิตตามปกติไปวัน ๆ อย่างน่าประหลาดใจ

ทีนี้คงเข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าทำไมข้าพเจ้าถึงเชื่อเช่นนั้น

ในฐานะรุ่นพี่ คงไม่ยอมปล่อยให้รุ่นน้องได้รับรู้ความรู้สึกแบบนั้นไปก่อนหรอกเว้ย 555

Comment

Comment:

Tweet

ตอนเด็กๆยังไม่เคยคิดเลยว่าโตขึ้นมาเพื่อนๆจะห่างหาย
กันไปขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนเด็กๆเราสัญญากัน
ว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปไม่ห่างหาย

แต่..เมื่อเวลาผ่านไป...มันก็จริงอย่างที่คุณว่า

"ต่างคนต่างมีเพื่อนใหม่.......มีจุดมุ่งหมายและมีเป้าหมายที่ต้องการไขว่คว้าเหมือนกัน"

#26 By blueluna on 2008-12-06 01:05

ดีนะคับ ได้เจอเพื่อนเก่าเลี้ยงรุ่นกัน แล้วรำลึกชีวิตตอนมัธยมด้วยกัน

#25 By Frankie8 on 2008-05-29 00:06

สนุกจริงๆครับ ผมก็เพิ่งผ่านงานแต่งเพื่อนไปไม่นาน
เวลาได้เจอเพื่อนเก่า มานั่งคุยกัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนกลับไปตอนเป็นเด็กจริงๆ Hot!

#24 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-05-28 19:45

ช่วงเวลาของพวกเรา หยุดนิ่งอยุ่ตรงนั้น...

#23 By non on 2008-05-27 18:23

ช่วงเวลาแห่งความสุข ยิ้มกันถ้วหน้าbig smile

#22 By Meowzilla Zilla on 2008-05-27 14:21

หัวบล็อกใหม่สวยแฮะ

#21 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-27 12:26

โฮะๆๆ open-mounthed smile เสร็จแน่ๆ

เอ หรือว่าที่พูดๆกัน คือ วัยเด็กที่ผ่านไปแล้ว
open-mounthed smile

#20 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-27 12:25

เพิ่งเลี้ยงรุ่นไป เหมือนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้งเลย...
เพื่อนเวลาเจอกันก็เหมือนเดิม เล่นกันเหมือนเด็ก....

#19 By รีคอนดำ on 2008-05-27 09:07

พูดถึงงานพบปะศิษย์เก่า
ทำให้รู้สึกหดหู่ เพราะรู้สึกว่า
ทำไมเราแก่มากขนาดนี้

แต่ดีใจทุกครั้งนะครับ
ที่ได้พบปะเพื่อนๆbig smile
big smile big smile

รักษาสุขภาพนะคะ

#17 By # li DarK_SpritE il # on 2008-05-27 06:39

ธรรมดาครับ นานๆทีเจอกัน

คิดถึงกันดี confused smile

#16 By หูใหญ่ on 2008-05-27 04:48

ตายแล้ววว ชายหนุ่มสองคนcry แล้วปอนต้องทำตัวยังไงเนี่ยะcry surprised smile คนไม่เคยอะไรอย่างนี้ซะด้วยsurprised smile confused smile

#15 By ปอนปอน on 2008-05-27 02:01

น่านนนนนน

#14 By iTualek on 2008-05-27 01:12

ก๊าก... ขำคุณปอน คุณตุ้ย และคุณ oatato 3 คนชู้ชื่นเลยเหรอคะ 555

"เราจะมาบอกว่า เวลาเราไปพันทิพ เราไม่เคยได้ไอเดียดี ๆ เลยค่ะ ได้ยินแต่ โป๊ไม๊เพ่ แล้วเราไม่แต่งเพลงเรต R เรต X ด้วยสิคะ กร๊าก..." ส่วนใหญ่ไอเดียเราเกิดจากการรอค่ะ ถ้ามีจุดหมายชัด ๆ แบบไปพันทิพ เราจะคิดอะไรไม่ออกเลยค่ะ (แม้แต่ทางกลับบ้านก็คิดไม่ออก ต้อง taxi ตลอด)"

วกกลับมาที่เอนทรี่คุณอีกครั้ง เขียนเหมือนจะแต่งงานจริง ๆ ค่ะ (เห็นด้วยกับพี่ตุ้มเป๊ะ)
อย่ามาท้านะ

#12 By ตุ้ย since 2006 on 2008-05-27 00:03

กลับมาอ่าน รู้สึกตัวเอง คอมเม้นต์ห้วนชอบกล คือ ที่บอกว่า หาไม่ได้ คือตัวเบ๊เองนะคะ อย่าเข้าใจผิด รีบพิมพ์ไปหน่อยค่ะ

#11 By General เบ๊ on 2008-05-26 23:46

^
มาแจมด้วยไหมตุ้ย เป็น threesomes กันไปไปเลย เหอ เหอ

#10 By oatato on 2008-05-26 23:34

^
เอ๊ะ สองคนนี้นี่ question ยังไงกัน

#9 By ตุ้ย since 2006 on 2008-05-26 23:31

ยินดีครับ..มาทดลองเรียนรู้กันสักหน่อยดีมั้ยครับ เผื่อว่าเราจะเป็นคนที่หากันมานานsurprised smile double wink confused smile open-mounthed smile อิอิquestion

#8 By ปอนปอน on 2008-05-26 23:30

^
โฮ๊ะ หรือจะเป็นคนนี้คือเนื้อคู่เรา

#7 By oatato on 2008-05-26 23:27

ลืมไป..ปอนก็ยังหาคู่ชีวิตไม่ได้เหมือนกันนะครับคุณโอ๊ต ปอนยังว่างงงง จริงๆ นะconfused smile double wink question

#6 By ปอนปอน on 2008-05-26 23:06

เหมือนกันเลยครับ แต่นานๆ ทีมาเจอกันเยอะๆ แล้วจะรู้สึกดีมากๆๆๆๆ แต่ถ้าเจอกันบ่อยๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกันเพราะอาจจะเกลียดกันไปเลยก็ได้ ในชีวิตประจำวันมีอยู่แค่สองสามคนก็พอแล้วหล่ะครับ ทุกวันนี้เพื่อนสมัยประถมที่ยังคบกันแบบสนิทสนมมีอยู่ 2 คนเท่านั้นเอง มัธยมปอนไม่เหลือเลย ส่วนมหาวิทยาลัยก็ถือว่าห่างๆ กัน

แต่ถ้าได้เจอกันความสุขในวันเก่าๆ มันก็จะย้อนกลับมา บางทีก็ทำให้น้ำตาไหลได้เหมือนกันนะครับconfused smile confused smile

#5 By ปอนปอน on 2008-05-26 23:05

ความรู้สึกนั้นคือการหาคู่ชีวิตสินะครับopen-mounthed smile
พยายามจะทำ blog แบบคุณแล้ว แต่ทำไม่ได้ เง้ออ ยากมั๊ก sad smile
open-mounthed smile แสดงว่าจะมีข่าวดี

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-26 22:30

เบ๊เป็นคนไม่ค่อยมีสังคมตอนสมัยเรียนเท่าไรนะคะ แต่คนรู้จักไปทั่ว เพราะเป็นหมอดู(ฮ่าฮ่า) หลายครั้งที่เจอเพื่อนเก่า แต่จำชื่อไม่ได้ แต่จำหน้าได้ ช่วงนี้ จะมีเพื่อนเก่าสมัยก่อนนู้น แอดฮิห้ามา ทำให้เห็นหน้าค่าตากันโดยไม่ต้องเจอ

เคยมีคนบอกว่าเพื่อนคนสุดท้ายที่จะเหลืออยู่ในชีวิต นั่นก็คือคู่ชีวิตของเราเอง
มันคงจะเป็นเช่นนั้นได้จริง หากเราพบคู่แท้ที่จะอยู่ร่วมกันไป
ตราบจนวันตายที่จะมาพรากจากกัน

สงสัยจะหาไม่ได้

#1 By General เบ๊ on 2008-05-26 22:19

Recommend