ตามร้านค้าต่าง ๆ ทั่วไปในบ้านเรา
ถ้าไม่มีคำแนะนำแบบเป็นรูปธรรม ให้ต้องต่อคิวกันซื้อของ
คงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นคนยืนอออยู่หน้าร้านนั้นเต็มไปหมด

ใครมาก่อนมาหลัง ถึงจะตรวจสอบกันลำบาก แต่มันก็ไม่ยากจนเกินไป
ถ้าจะสังเกตให้ดี แต่มันก็อยู่ที่ว่าจะใส่ใจในเรื่องนี้กันหรือเปล่าเท่านั้นเอง

แล้วลองสังเกตไหมครับ ว่าเราเป็นคนแบบไหน?

1. เดินเข้ามายืนหน้าร้านอาหาร เห็นคนยืนรอซื้ออาหารอยู่ 2-3 คน
เราก็คิดว่าเขาสั่งไปแล้วแน่ ๆ เลยจัดการบอกคนขายทันทีว่าต้องการอะไร

2. เดินเข้ามายืนหน้าร้านอาหาร ไม่ได้สนใจว่าคนที่ยืนอยู่นั้นคือใคร
แต่รู้แน่วแน่ว่าตัวเองต้องการอะไร จึงบอกคนขายทันที

3.  เห็นคนยืนรออยู่ ไม่แน่ใจว่าเขาสั่งอะไรไปหรือยัง
ก็เลยถามคนขายว่าคิวเยอะไหม สั่งได้เลยหรือเปล่า

4. เห็นคนยืนรออยู่ ไม่แน่ใจว่าเขาสั่งอะไรไปหรือยัง
เลยยืนรอเฉย ๆ จนกว่าคนขา่ยจะหันมาถามเราว่าต้องการสั่งอะไร

ผมมั่นใจว่า ตลอดชีวิตการซื้อของที่ผ่านมา ได้ทำในแบบที่ 3 หรือ 4 อย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งในใจก็แอบหวังอยากให้ทุกคนในประเทศทำแบบเดียวกัน ...แต่มันคงเป็นไปไม่ได้
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยังมีผู้คนที่เลือกทำในแบบที่ 1 หรือ 2 อยู่พอสมควร
เนื่องจากทำแล้วมักได้ผล คือ มาทีหลัง สั่งก่อน แล้วได้ก่อน มันสะดวกดีใช่ไหมล่ะ

แล้วผมควรจะโทษคนซื้อที่ทำแบบนั้นหรือเปล่า ลองมาดูกรณีศึกษาจาก 2 เหตุการณ์นี้ดู

. . .

เหตุการณ์ที่ 1

บ่ายวันหนึ่ง ไปรอซื้อน้ำที่รถเข็นหน้าตึก มีคนไปยืนรอซื้ออยู่ 2-3 คน
คนขายชงกาแฟอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นของคนแรก ก็เลยคิดว่าคนถัดๆ ไปอาจจะ
กำลังรอสั่งอยู่ หรือไม่ก็สั่งไปแล้วแค่รอให้เค้าทำให้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเราเอง
ก็สามารถสั่งไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าคนที่รออยู่เค้ายังไม่ได้สั่ง แล้วเราไปสั่งแซงเขา
มันจะไม่ดีนะ ก็เลยยืนรอเฉย ๆ ซึ่งสุดท้ายก็พบว่า เค้าสั่งกันไปแล้ว ก็โอเค
พอใกล้ถึงคิวเราค่อยสั่งก็ได้ เดี๋ยวก็ถึงแล้วนี่

ในขณะที่คิวก่อนหน้ากำลังจะเสร็จ มีคนใหม่ ๆ ที่เพิ่งมาถึง
เดินเข้ามาสั่งรายการน้ำทันที คนขายรับทราบ

พอถึงเวลาเตรียมอุปกรณ์ที่จะทำแก้วถัดไป
คนขายก็หันมาถามผมว่าจะสั่งอะไร

"เอาชาเย็นแก้วนึง"

. . .

เหตุการณ์ที่ 2

เที่ยงวันหนึ่ง ไปรอซื้อข้าวเที่ยงที่แผงอาหารตัก มีคนไปยืนรอซื้ออยู่กลุ่มหนึ่ง
ยืนสั่งกันเต็มไปหมด คนขายก็มีอยู่ไม่กี่คน เลยทำให้ตักอาหารกันไม่ทันความต้องการ
เพราะตักให้ลูกค้าหลาย ๆ คนพร้อมกัน ลองยืนวัดใจดูว่า เมื่อไรคนขายจะมาถามซักที

ระหว่างที่รอให้เสร็จจากการบริการกลุ่มนั้น มีคนใหม่เดินเข้ามาสั่งอาหาร คนขายก็
บริการต่อให้ลูกค้าคนนั้นทันที ยังไม่ทันจะเสร็จ มีเดินเข้ามาใหม่อีกรายแล้ว
มาถามคนขายอีกคนว่าอาหารในถาดนั้นคืออะไรเอ่ย คนขายตอบไป
คนซื้อก็บอกเอาสองถุง คนขายคนนั้นตักให้ตามออร์เดอร์ทันที

มีรายใหม่เดินเข้ามายืนข้าง ๆ อีกแล้ว กำลังจะเริ่มชี้นิ้วไปที่เป้าหมาย พร้อมขยับปาก

ผมบอกคนขายทันที "เอาอันนี้สองถุง"

. . .

ตามความเห็นส่วนตัวว่าถ้ามีการแซงคิวเกิดขึ้น ใครควรจะเป็นฝ่ายผิดมากกว่ากัน
ระหว่างคนซื้อกับคนขาย ผมจะเลือกข้อที่เป็นคนขายครับ

คนซื้อที่แซงคิวน่ะ ผิดมาตั้งแต่ต้นแล้วที่ไม่มีระเบียบวินัยที่ดี
ขาดความเกรงใจ เอาเปรียบ ไม่รู้จักให้เกียรติคนที่มาก่อน

คนขายก็ผิดยิ่งกว่า เพราะผมถือว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดในการเลือกว่า
จะสนองตอบคำขอของลูกค้าคนไหน ระหว่างคนที่มาก่อน หรือคนที่มาทีหลัง
ซึ่งถ้าเขาเลือกคนหลัง ก็ถือว่าเป็นผู้สนับสนุนให้คนที่ทำผิดรู้สึกว่าทำผิดแล้วดี
แล้วคนนั้นจะฝังใจและนำแนวทางนี้ไปใช้ให้เกิดความเดือดร้อนอยู่ร่ำไป

ถ้าเปลี่ยนจากมุมมองของอำนาจเล็ก ๆ ในมือของคนขายคนหนึ่ง
เป็นอำนาจใหญ่โตที่มาจากกระบวนการทางยุติธรรมล่ะ
แล้วเราจะเห็นคนในสังคมนั้นหาความปกติสุขได้อย่างไร

อูย เริ่มไปไกลแล้ว กลับมาที่ร้านขายของต่อดีกว่า

ถ้าคนขายที่มีความชำนาญ เขาจะรู้ว่าใครมาก่อนมาหลัง
และจะเป็นคนตัดสินว่าใครควรได้รับการบริการก่อน
แล้วสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าส่วนใหญ่

ถึงจะไม่มีคิว คนจะยืนกันมั่วซั่วขนาดไหน
แต่ถ้าคนขายสามารถจัดคิวได้ดี มันก็เหมือนการยืนต่อคิวนั่นแหละ

แล้วแถมถ้าหากคนซื้อส่วนใหญ่ รู้จักความเกรงใจและไม่เห็นแก่ตัว

แค่นี้สังคมก็คงน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกองแล้วล่ะ

Comment

Comment:

Tweet

เราอ่ะเป็นคนที่ชอบรอให้คนขายถามอะ

แต่บางทีเค้าไม่ถามอ่ะ เราก็ยืนรออยู่ตั้งนาน

โมโหมาก แล้วมีคนที่มาทีหลัง ก็สั่งไปเลยอ่ะ

เซ็งมาก เราเริ่มจะท้อ ไม่อยากจะรอเลย

อยากสั่งไปเลยอ่ะ แต่เกรงใจเหมือนกัน

โหย เครียดว่ะ 555

#78 By MAY (202.28.182.12) on 2009-08-31 20:11

ที่เดือดร้อนใหญ่โตกับนิสัยมักง่ายของสังคมเรานี้นะคะ
เราว่า"การแซงคิว"มันร้ายแรงมากเพราะมันได้ลามปาม
เป็นปัญหาบานปลายที่ทำให้คนจำนวนมากเดือดร้อนกันจริงจังเลย
ก็คือ..... ปัญหาจราจรค่ะ

ไม่ทราบว่าคุณขับรถหรือเปล่า?
ถ้าขับจะทราบดีเลย
ว่าปัญหาใหญ่ที่ทำให้รถติดยาวเป็นกิโลเมตร
และส่งผลกระทบไปตลอดชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึง
อุบัติเหตุที่ทำให้คนบางคนต้องขนาดสูญเสียชีวิตมาแล้ว
ก็คือการแซงคิวกันบนถนนนี่แหละค่ะ

บางทีแซงกันน่าเกลียดมาก เห็นช่องว่างเป็นไม่ได้
มันน่าเกลียดขนาดช่องเล็กๆที่เอารถตัวเองเข้าไม่ได้
ก็ขอให้ทิ่มกระจังหน้าเข้ามาขวางไว้ก็ยังดี

บางทีปาดหน้าขณะใช้ความเร็วสูง

ที่แย่กว่านั้น พอคนทำกันบ่อยๆ
มันทำให้เกิดวัฒนธรรมการ"ไม่ให้ทาง"ขึ้นมาซะงั้น
บางทีเราหลงทางจริงๆแล้วกฏจราจรอนุญาตให้เราขอทางเปลี่ยนเลนได้
พอส่งสัญญาณไฟเท่านั้นแหละ ปรี่มาขวางไว้ไม่ให้ไป?
หวาดระแวงว่าเรามาแซง (ไม่ได้กำลังซื้อก๋วยเตี๋ยวนะ)

ทีบนถนนล่ะก็..
กลายเ็็ป็นกลัวจะเสียเปรียบแทนที่จะคิดเรื่องน้ำใจ
ทั้งๆที่เค้าไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราเอาเปรียบหรือหลงทางจริงๆ
ทั้งๆที่เส้นจราจรเป็นเส้นประ
เขาให้ทางเราได้ไม่เป็นอันตราย แถมจะปลอดภัยกับรถคันหลังอีกต่างหาก

เรื่องที่จข.บล็อกเขียนมาอาจเดือดร้อนไม่กี่คนนะคะ
แซงแล้วได้ดีมีถมไป.. คงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานละค่ะ
หนูก็ทำแบบที่ 3 กับ 4 ตลอดนะ - -+
หรือบางทีก็จะถามคนข้างหน้าว่าสั่งหรือยังคะ ถ้ายังเราจะได้ไม่สั่ง

#76 By wayachii on 2009-07-06 17:17

เกลียดเวลา.. "ขออยู่หน้า"

#75 By OnimizU on 2009-06-21 12:14

sad smile Hot! โดนแซงประจำผมอ่ะ รู้สึกหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน คิวต่อกันดีๆไม่เป็นหรือไง

#74 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-06-21 10:41

เป็นคนนึงที่ทำหน้าที่ขาย บางทีคนเยอะจนลืม งง ต้องถามเหมือนกันว่า"ใครมาก่อนครับ" ผมว่าวิธีนี้ช่วยได้มากนะครับ ผมจะบริการลูกค้ามาก่อนเสมอเหมือนกัน
เห็นด้วยอย่างแรงง...

#71 By 프라이데이 on 2009-06-20 21:50

บางทีก็ขึ้นกับทักษะของคนขายด้วย

คนเรามีทักษะไม่เท่ากันเน้อ

เดี๋ยวก็ตายกันหมดแล้ว อภัย ๆ ไปเต๊อะ...

confused smile

Hot!

#70 By Dhammasarokikku on 2009-06-20 20:44

ส่วนมากแล้วเป็นแบบที่สี่อ่ะค่ะ
แต่ก็มักจะโดนแซงอยู่เรื่อยเลย
บางทีคนขายเค้าก็ไม่ได้มมองนะค่ะว่าใครมาก่อน
ก้มหน้าทำอย่างเดียว พอได้ยินเสียงลูกค้าสั่งก็ทำให้
ส่วนเราก็ได้แต่รอต่อไป

#69 By packkyproject on 2009-06-20 20:40

เห็นเด้วยทุกประการครับผม ชอบ entry นี้ Hot! Hot! Hot!

#68 By hungryangry on 2009-06-20 20:09

ต้องเจอคนอินเดียแซงคิวครับ น่าเกลียดมากกกก

ที่จริงที่ร้านเค้าก็ทำรั่วต่อแถวมาให้นะ ผมเองก็ยินต่อคิวอยู่

จู่้ๆก็มีคนอินเดียเดินสวนทางเข้ามา แล้วสั่งหน้าตาเฉย

เพื่อนๆคนไทยทุกคนมองหน้า ด้วยสีหน้า tongue

แต่เขาก็ไม่สำนึก sad smile

มันคงกลายเป็นวัฒนธรรมของเขาไปแล้วสินะ open-mounthed smile

#67 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-06-20 19:21

น่าเกลียดอีกอย่างคือฝากเพื่อนที่คิวใกล้ๆซื้อเยอะๆ

#66 By I [is am are] ก๋อง on 2009-06-20 18:32

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย มันผิดที่คนขายมากกว่า