Collections

DVD : Lord of the Rings Extended Edition

posted on 01 Jan 2007 03:53 by oatato  in Collections

เป็นหนังและแพคเกจที่อยู่ในใจตลอดกาลครับ

แพคเกจโดยรวม - ซ้ายโซน 3 - ขวาโซน 1

ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไฟล์ภาพในบอร์ด..........ไฟล์ภาพในบอร์ด..........ไฟล์ภาพในบอร์ด.

กล่องนอก - บนโซน 1 - ล่างโซน 3

ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไฟล์ภาพในบอร์ด
กล่องแจ็คเก๊ต โซน 1 หน้า-หลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

กล่องแจ็คเก๊ต โซน 3 หน้า-หลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

กล่องแจ็คเก๊ต โซน 1 และ 3 วางเทียบกัน

The Fellowship of the Ring
ไฟล์ภาพในบอร์ด

The Two Towers
ไฟล์ภาพในบอร์ด

The Return of the King

ไฟล์ภาพในบอร์ด

กล่องใน - หน้า-หลัง
ไฟล์ภาพในบอร์ด.....ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไม่ค่อยแตกต่างเลยเลือกเอาของโซน 3 มาให้ดู


The Fellowship of the Ring

กล่องพับ - โซน 1 - หน้า - หลัง .................. กล่องพับ - โซน 3 - หน้า - หลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด.....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไฟล์ภาพในบอร์ด.....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

The Two Towers

กล่องพับ - โซน 1 - หน้า - หลัง ................... กล่องพับ - โซน 3 - หน้า - หลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด.....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไฟล์ภาพในบอร์ด.....................ไฟล์ภาพในบอร์ด


The Return of the King

กล่องพับ - โซน 1 - หน้า - หลัง ................... กล่องพับ - โซน 3 - หน้า - หลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด.....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไฟล์ภาพในบอร์ด.....................ไฟล์ภาพในบอร์ด

หมดแล้วครับ ขอบคุณที่เข้ามารับชมครับ

DVD : King Kong

posted on 09 Jan 2007 22:01 by oatato  in Collections

หนังคลาสสิคนำมารีเมคใหม่ในสไตล์ของปีเตอร์ แจ๊คสัน
ผู้เนรมิตตำนานไตรภาคของหนังเรื่อง Lord of the Rings

King Kong โซน 1 (ภาคธรรมดา)

(คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดจริง)

ด้านหน้าและด้านหลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด ..........ไฟล์ภาพในบอร์ด ......

กล่องใน

ไฟล์ภาพในบอร์ด ..........ไฟล์ภาพในบอร์ด

เปิดดูภายในกล่อง

ไฟล์ภาพในบอร์ด........ไฟล์ภาพในบอร์ด


King Kong Deluxe Extended Edition Giftset โซน 1

(คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดจริง)

มองรอบ ๆ ก่อน เตรียมแกะกล่อง

ไฟล์ภาพในบอร์ด..............ไฟล์ภาพในบอร์ด

ไฟล์ภาพในบอร์ด .................ไฟล์ภาพในบอร์ด

เอาของข้างในออกมาดู

ไฟล์ภาพในบอร์ด

โมเดลคิงคองแบกหญิงไปปีนตึก ด้านหน้า-หลัง

ไฟล์ภาพในบอร์ด...................ไฟล์ภาพในบอร์ด

แจ็กเก๊ตด้านนอก.

ไฟล์ภาพในบอร์ด ............... ไฟล์ภาพในบอร์ด

เปิดกล่องข้างในดูแผ่น

ไฟล์ภาพในบอร์ด..........ไฟล์ภาพในบอร์ด

ก่อนแกะกล่องข้างในออกมา พบว่าแจ็กเก๊ต เปิดดูได้อีก 1 พับ

ไฟล์ภาพในบอร์ด...........ไฟล์ภาพในบอร์ด

กล่องเป็นแบบ Scanavo แบบใสใส่ได้ 3 แผ่น (แต่ตัวกล่องค่อนข้างบอบบาง เปิดมาด้านล่างแตกไปแล้ว)
มาพร้อมปก 2 หน้า (ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในแพคเกจโซน 1) ในกล่องมีแถม booklet มาให้ด้วยครับ

ตอนแรกกะจะรีวิวเมนูในดีวีดีด้วย แต่พอเห็นรายการใน booklet แล้ว หมดแรงครับ

เลยสแกน booklet มาให้ดูเลยดีกว่า ง่ายดี

ไฟล์ภาพในบอร์ด

หมดแล้วครับ ขอบคุณที่เข้ามารับชมครับ

แปลกไหมถ้าผมจะสะสมเม้าส์ (Mouse)
เป็นการสร้างเสริมความสุขเล็ก ๆน้อย ๆ ในชีวิต

ทำไมเนี่ยะ? ไม่มีอย่างอื่นจะเก็บหรือไง?

อาจจะ
เป็นเพราะปมด้อยตั้งแต่สมัยตอนเรียน เป็นเด็กมีปัญหา ขาดความอบอุ่นทางการใช้เม้าส์
เข้าไปใช้คอมพ์ในห้องคอมพ์ทุกครั้งมักจะเจอแต่เม้าส์เก่า ๆ พัง ๆ

เวลาจะใช้ทีนึง ถ้าอยากให้มันวิ่งไปอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคบนหน้าจอ
ต้องจับมันเคาะแล้วเคาะอีก เหมือนไล่ราหูตอนมีสุริยปราคาเต็มดวง
ไหนยังต้องจับเอาลูกกลิ้งออกมาแล้วทำความสะอาดตรงแกนหมุนข้างใน
ทำตัวดีได้ไม่เท่าไหร่ พอใช้ไปไม่ถึงอาทิตย์ มันติด ๆ หยุด ๆ อีกแล้ว ฟะ

โรคกระตุกนี้มันลามมาถึงเม้าส์ของเครื่องคอมพ์ที่บ้าน ที่เค้าแถมฟรีให้มากับเครื่อง
ตอนที่ได้มาใหม่ ๆ ก็ทำวิ่งลื่นไหลปู๊ดป้าดได้ดังใจนึก คลิ๊กเป็นคลิ๊กได้ตามใจปราถนา
พอใช้ไปไม่ถึง 6 เดือน อาการท้องผูกเริ่มมาเยือนให้เห็น มือเลื่อนเม้าส์ไป 1 เมตร
มันเลื่อนไปไกลถึง 1 นิ้ว ปุ่มคลิ๊กเริ่มไม่ทำงาน กดอย่างเดียวไม่ได้ผล ต้องบดขยี้ปุ่ม
อย่างเมามันไปสักพักแล้วมันจะเริ่มรับคำสั่ง เดาว่ามันเป็นเม้าส์ซาดิสม์ ชอบความรุนแรง

ทนไม่ไหวแล้ว แงะมันเป็นชิ้น ๆออกมาดู แต่ดันประกอบกลับเข้าไปไม่ได้รูปร่างเหมือนเดิม
ก็เลยไปซื้อเม้าส์อันใหม่มาแบบราคาย่อมเยาว์ พอใช้ไปครบระยะ 10,000 กิโล หรือ 6 เดือน
มันก็เกิดอาการเหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นเลยคิดว่า วงจรชีวิตของเม้าส์ทั่วไปโดยเฉลี่ย
น่าจะเป็นประมาณ 6-12 เดือน

พอเม้าส์ราคาย่อมเยาว์เริ่มพังอีกรอบในตอนช่วงเริ่มทำงานมีเงินติดกระเป๋าเป็นของตัวเอง
เลยอยากยกระดับไปใช้ชีวิตแบบไฮโซ เลยไปซื้อ Microsoft Mouse ดีไซน์หรูถนัดมือมาใช้
โอ้ มันยอดมาก ค้นพบปรากฎการณ์ใหม่แห่งวงจรชีวิตเม้าส์ เพราะมันทำงานได้อย่างราบรื่น
มาตลอด5 ปีของการใช้งานโดยไม่ต้องควักลูกกลิ้งออกมาทำความสะอาดเลยทั้งปี มหัศจรรย์จริง ๆ
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น ก็แค่เรื่องปุ่มกดเริ่มไม่ทำงาน ต้องใส่ใจคลิกแรง ๆ หน่อยถึงจะพอใช้งานได้
ในเรื่องการเคลื่อนตัวของลูกกลิ้งยังดีราบรื่นเหมือนเดิม

(ขวา)Basic Mouse เม้าส์ตัวแรกที่ใช้ยาวนานคุ้มค่าขนาดโลโก้ยังต้องเลือนหาย
(ซ้าย)Wheel Mouse Opticalเป็นรุ่นแรก ๆ ที่บุกเบิก Optical Technology ในวงการเม้าส์

เม้าส์ตัวถัดมา ที่ซื้อมาก็เพราะตัดสินใจเอาตัวเก่าเอาไปใช้กับคอมพ์ที่ทำงานแทนเม้าส์อันที่
ติดมากับเครื่องที่ร่วงโรยราไปตามวงจรชีวิตของเม้าส์แถมฟรี

เริ่มติดใจในคุณภาพ (แต่ไม่ค่อยติดใจเท่าไหร่ในเรื่องราคา) ก็เลยไปได้ Microsoft มาอีกอันหนึ่ง
มันคือ Wheel Mouse Optical ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในตอนนั้น ตื่นตาตื่นใจกับแสงสีแดง
ที่ทำงานได้เหมือนลูกกลิ้งราคาที่ได้นี่พอ ๆ กับตอนที่ซื้อตัวลูกกลิ้ง (ซึ่งแพงได้ใจเหมือนกัน)
ตัวนี้ก็ใช้ได้นานพอสมควร ใช้ไปประมาณ4-5 ปี ปัญหาก็เป็นที่ปุ่มเริ่มไม่ทำงานเหมือนกัน อีกแล้ว

ระหว่างที่กำลังใช้งานตัวที่สองอยู่นั้น ด้านมืดก็เริ่มครอบงำจิตใจ
ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน แห่งหนใด พอได้เห็นเม้าส์แปลก ๆ ออกมาวางขาย
จะเป็นตามร้านค้าจริงหรือร้านค้าออนไลน์ ต้องเปิดเข้าไปดูยั่วกิเลสอยู่ร่ำไป
แถมมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ซื้อโน๊ตบุ๊คมาใหม่ ก็ไปเสาะหาเม้าส์ยี่ห้อเดี่ยวกันมาเสริมบารมี

(ซ้าย)แบบใช้สายจะมีแสงสีน้ำเงินสว่างอยู่ที่ปุ่ม ปุ่มทำงานโดยการดัน ไม่ใช่หมุนเหมือนทั่วไป
(ขวา) แบบไร้สาย ใช้คลื่นวิทยุในการสื่อสาร (ในสมัย BlueTooth ยังไม่เป็นที่นิยม)
สามารถใช้งานได้เป็นระยะไกลประมาณ 10-20 เมตร และทะลุกำแพงได้ (ไม่เห็นจอ จะทำทำไม)

และจากความเดิมเมื่อเม้าส์ (Optical Mouse)ตัวที่สองเกิดมีปัญหาขึ้น ก็ไม่รีรอที่จะหาเม้าส์ตัวใหม่
มาเสริมทัพในทันที (ทำแกล้งลืมไปแล้วว่ามี IBM 2 ตัวบนอยู่) ทีแรกก็ซื้อแบบใช้สายมาใช้งาน
ชีวิตดูเหมือนจะกลับเข้าสภาวะปกติแต่พอไปเห็น Microsoft Desktop Set กระหน่ำลดราคาขึ้นมา
ก็เลยได้ตัวไร้สายมาอีกในอีกไม่กี่เดินถัดมา

(ซ้าย)Wireless Optical Mouse 2.0มาในชุด Desktop Set ที่มาพร้อมกับWireless Keyboard 3000
(ขวา) Comfort Optical Mouse 3000 แบบมีสาย จุดที่น่าสนใจของรุ่นนี้ก็คือ ปุ่มขยายภาพบนหน้าจอ
เหมาะมากสำหรับการทำพรีเซนต์ เพราะสามารถขยายภาพบนหน้าจอในขอบเขตพื้นที่ที่เราต้องการได้

หลังจากนี้คาดว่าชีวิตคงจะอยู่อย่างสงบไปได้อีกซักระยะหนึ่งกับฝูงเม้าส์ที่มีอยู่
แต่ถ้ามีรุ่นเจ๋ง ๆราคาดีดีออกมากระหน่ำลดราคายั่วกิเลสอีกละก้อ
มันก็ไม่แน่เหมือนกัน

นี่แค่เรื่องของเม้าส์อย่างเดียว แต่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องแป้นพิมพ์ (keyboard) เลยนะ หุ หุ

หลาย ๆ คน คงเคยเห็นถ้วยกาแฟของร้านสตาร์บัคส์กันแล้ว เป็นถ้วยที่ทำออกมาหลายแบบ
หลายสไตล์ มีทั้งถ้วยเก็บความร้อนเย็น ถ้วยขนาดใหญ่มาก(จะเปลี่ยนไปเรียกว่าเหยือกก็ได้)
สำหรับคนที่ต้องการทานกาแฟในปริมาณมหาศาล หรือถ้วยขนาดเล็กสำหรับปริมาณกำลังดี
ไว้นั่งจิบกาแฟริมคลองแสนแสบยามบ่าย ถ้วยที่มีลายกราฟฟิคสวยงามของเมืองต่าง ๆ

แต่จากที่ดูมา เหมือนว่าแบบดูขลังที่สุด น่าจะเป็นแบบคลาสสิกที่เห็นวางอยู่ทั่วไปภายในร้าน
ซึ่งก็คือแบบที่มีโลโก้ชื่อร้านแปะอยู่ข้างถ้วยแก้วสีขาวเรียบนั่นเอง



ถือว่าเป็นโลโก้ที่มีพลังอำนาจมาก มันสามารถดลบันดาลให้ใครก็ตามที่ถือแก้วที่มีโลโก้นั้น
มีภาพลักษณ์ที่ดูดีมีระดับเพิ่มขึ้นจากในสังคมคนรอบข้าง ตราบใดที่ยังถือแก้วนั้นอยู่กับตัว

โลโก้ศักดิ์สิทธิ์

แค่ขนาดถ้วยโฟมหรือถ้วยพลาสติกราคาถูกที่พบได้ตามร้านขายเครื่องดื่ม ๆ ทั่วไป
พอมีโลโก้อันศักดิ์สิทธิ์นี้แปะเข้าไป ถ้วยนั้นก็จะเปล่งรังสีแผ่ซ่านออกมาทันที


เอาล่ะ ก่อนที่จะเพ้อเจ้อไปกว่านี้ ขอเริ่มเรื่องเลยละกัน

สืบเนื่องจากที่ข้าพเจ้าได้เห็นเพื่อนและคนรอบข้างครอบครองแก้วสตาร์บัคส์กันมานานแล้ว
ด้วยความอิจฉาเล็ก ๆในรสนิยมที่หรูหราของพวกเขา ก็เลยมีตั้งใจเอาไว้ว่า ในสักวันหนึ่ง
ข้าพเจ้าจะไปเสาะหาแก้วยี่ห้อนี้มาครอบครองให้จงได้

เคยลองเดินเข้าไปดูในร้านก็หลายสาขาอยู่ ส่วนใหญ่จะก็พบแก้วในรูปแบบที่คล้าย ๆ กัน
ถึงถ้วยจะมีขนาดใหญ่โตจุใจ ที่สามารถใส่กาแฟได้ในปริมาณที่ทานแล้วคงไม่หลับไปสองวัน
หรือจะมีลวดลายหรือสีสันสวยงามขนาดไหน แต่ก็ยังไม่พบเจอกับรูปแบบที่ถูกใจเสียที

และด้วยสนนราคาที่สวนทางกับความมัธยัสถ์อย่างสิ้นเชิง ถ้าจะต้องซื้อเพราะมีแค่โลโก้หรู ๆ
ติดแก้วแค่นั้นก็อย่าเพิ่งซื้อดีกว่า ค่าโลโก้อย่างเดียวมันแพงไป น่าจะได้แบบที่ถูกใจผู้ใช้ด้วย

และแล้ววันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเดินผ่านไปที่ร้านสาขาหนึ่งในย่านมาบุญครอง ก็เลยลอง
เดินเข้าไปดูซะหน่อย ตามสันดานปกติ คือเดินเข้าไปเล่น ๆ ดูโน่นดูนี่ ... แต่ไม่ซื้ออะไร

แต่คราวนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป...

เพียงแค่ได้เห็น ก็รู้ทันทีว่าใช่เลย น้ำตาไหลพรากด้วยความปลาบปลื้มปิติและดีใจ
แก้วใบนี้แหล่ะที่ข้าพเจ้ารอคอยมานานแสนนาน (ใส่อารมณ์เยอะไปหน่อยแล้วเว้ย)

ถ้าไม่พูดถึงเรื่องโลโก้
ด้วยรูปลักษณ์ของตัวแก้ว ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในถ้วยกาแฟในอุดมคติของข้าพเจ้าเลยทีเดียว

เป็นถ้วยใสปิ๊งใบใหญ่กว่ามาตรฐานเล็กน้อย ดีไซน์เรียบง่าย มาพร้อมโลโก้ศักดิ์สิทธิ์ข้างแก้ว
ส่วน
ตัวแก้วก็หนาได้ใจ (ประมาณ 4 ม.ม.) แข็งแกร่งจนคาดว่าน่าจะใช้กันกระสุนได้หลายนัด

และเจ้าโลโก้นี้อีกนั่นแหล่ะ ที่จะทำให้เครื่องดื่มที่อยู่ในแก้วดูมีระดับขึ้นมาเหมือนกัน
โดยไม่สนว่ามันจะมีที่มาจากไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่ชงเองกับมือ หรือว่าเป็น
กาแฟเย็นซื้อจากรถเข็นถุงละสิบบาท

จากที่ลองใช้มาพักนึงมันทำให้รสชาดเครื่องดื่มดีขึ้นประมาณ 0.5 เท่าได้

เป็นคุณค่าทางใจล้วน ๆ เลย

ลิ้งที่เกี่ยวข้อง:
Wikipedia : Starbucks
Starbuck Website

เกี่ยวกับหนังสือ Harry PotterDeluxe Edition ของภาคสุดท้าย
ที่โควต้าการจองในเว็บขายหนังสือต่าง ๆ หมดไปก่อนที่จะวางขายจริงซะอีก

อุตส่าห์รู้มาก่อนตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้จองซะที เพราะไม่คิดว่าจะหมดเร็วขนาดนั้น
กะไว้ว่าจะให้วางขายแล้วค่อยสั่งซื้อเอา จากเว็บ Amazon.com ก็น่าจะยังทัน

แต่พอลองเข้าไปเช็คราคาอีกทีตอนประมาณหนึ่งเดือนก่อนกำหนดหนังสือออก
ปรากฎว่าไปเจอข้อความแจ้งว่า "This item is not available"ก็เลยเซ็งเลย

ตามไปดูเว็บไหน ๆ ก็พร้อมเพรียงกันหมดสต็อกไปซะทั้งนั้น บอกให้รอของเข้ามาใหม่

ก็เริ่มถอดใจไปแล้วเหมือนกัน เพราะหลังจากกำหนดวันที่หนังสือออกมาแล้ว
รอเท่าไหร่สต็อกในแต่ละร้านก็ไม่มีโผล่มาให้เห็น ก็ได้ยินว่าทำออกมาจำกัด
แค่ 100,000 เล่ม มันก็คงไม่แปลกที่ไม่สามารถนำกลับเข้ามาในสต็อกได้อีก

เห็นเค้าเอาออกมาประมูลขายกันในเว็บ eBay.com ด้วยราคาที่บาดใจพอสมควร
แต่ก็พยายามกัดฟันสู้โว้ย โดย
เมลล์ไปฝากเพื่อนที่อยู่อเมริกา ให้ลองช่วยประมูลให้ที
ให้เลือกเอารายการที่ราคาประมูลตั้งต้นไม่แพงนักนะ เพื่อจะฟลุ๊ค

เพื่อนก็เลยเริ่มจากการไปลองเช็คราคามาตรฐานของหนังสือ คาดว่าจะใช้ฟังก์ชั่นการค้นหา
ของเว็บ Google ในที่สุดก็เจอรายการหนังสือเล่มนี้ในเว็บของร้าน Barns & Noble
พร้อมราคาขายที่ถูกกว่าราคาประมูลอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

และยิ่งไปกว่านั้นคือ ...

มันยังมีอยู่ในสต็อก สามารถกดสั่งซื้อได้เลย

เฮ้ย! เป็นได้ยังไง เอ็งดูผิดไปหรือเปล่า ไม่ใช่เล่ม Edition ปกตินะเว้ย
เพื่อนส่งลิ้งค์ที่ได้จากการค้นหามาให้เปิดดูเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง
โอ้! จริง ๆ ด้วย จึงให้เพื่อนทำรายการสั่งซื้อไปทันที จงอย่ารีรอให้เสียโอกาส
เดี๋ยวมันจะหมดไปอีกรอบซะก่อน

แถมมีเรื่องชวนให้ฉงนอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าเข้าไปดูรายการของหนังสือนี้โดยตรงจากในเว็บของ
ร้าน Barns & Nobleจะพบว่าไม่สามารถกดสั่งซื้อได้ เพราะข้อมูลจะแจ้งว่าหมดสต็อกไปแล้ว
แต่ลิ้งค์ที่เพื่อนไปค้นหาได้มานั้น จะเข้าไปกี่ทีก็สามารถกดสั่งซื้อได้ เป็นลิ้งค์ที่มหัศจรรย์มาก

ผลจากการสั่งซื้อด้วยวิธีแปลก ๆนี้ ทำให้ทางร้านแจ้งมาว่าอาจะจะต้องใช้เวลาเพิ่มเล็กน้อย
ในการดำเนินการ (คาดว่าคงจะไปขุดหนังสือเล่มนี้จากสต็อกที่ซ่อนไว้ที่ไหนก็ไม่รู้มาให้จนได้)

ในที่สุดก็เลยได้มาครอบครองจนได้ และเพื่อนก็หิ้วกลับมาให้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

แล้วจะเอาภาพมาลงเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

พร้อมกับ Deluxe Edition ของภาคก่อนหน้านี้ที่สะสมไว้ =)

หาเอ็นทรี่ไม่เจอ ค้นได้


กำลังโหลดข้อมูลในบล็อก

Recommend