Inspiration

ทักทาย : สวัสดีชาวโลก

posted on 31 Dec 2006 22:50 by oatato  in Inspiration

สวัสดีชาวโลก !!!

ที่ทักทายเหมือนมาจากดาวอันไกลโพ้น ก็แค่เพียงจะการกลบเกลื่อนความจริง
ที่ไม่รู้ว่าชาวโลก เค้าฮิตเรื่องการเขียน Blog กันขนาดนี้ แต่ตัวเรากลับไม่ได้สนใจซะงั้น
อาจจะเป็นเพราะไม่ใช่เป็นคนขีดเขียนซักเท่าไหร่ ส่วนมากชอบคิดฝันในใจอย่างเดียว

ไม่เป็นไร ตอนนี้กลับมาโลกแล้ว คงมีอะไรออกมาจากหัวให้เขียนบ้างล่ะ
แล้วเดี๋ยวคงรู้ว่า ดาวอันไกลโพ้นที่เพิ่งจากมาให้ไอเดียอะไรมาบ้าง

(ไอ้นี่มันคงบ๊อง!) - ผมแอบรู้นะว่าคุณกำลังคิดอย่างนี้อยู่ ซึ่งคงจะจริง


edit @ 2007/07/06 02:18:05

Music for My Inspirations : Empowering

posted on 03 Jan 2007 21:19 by oatato  in Inspiration

[ Themes : Loneliness | Empowering | Warmth ]

Variations on the Kanon by Johann Pachelbel
เป็นเพลงคลาสสิคที่มีการเล่นทำนองไล่เสียงขึ้นลงเป็น "step" อย่างเรียบง่าย แต่ออกมางดงาม หรือความเรียบง่ายนี่เองที่เป็นสาเหตุให้เพลงนี้เป็นที่นิยมตลอดมา

ที่มา: อัลบั้ม December บรรเลงโดย George Winston

Chain of Hearts
ท่วงทำนองที่แตกต่างกันถูกบรรเลงในเพลงเดียวกัน แต่มีบางอย่างทำให้มันเชื่อมต่อกันได้อย่างน่าอัศจรรย์

ที่มา: อัลบั้ม Lifescapes Solo Piano บรรเลงโดย Kavin Hoo

Hero's Dream
การเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่ความกล้าที่จะทำสิ่งที่ดีต่อผู้อื่นนี่สิน่าชื่นชมยิ่งกว่านัก
ทำนองเพลงนี้กำลังพยายามสื่อให้เรารับรู้ถึงเสียงของความชื่นชมเหล่านั้น
และเป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้เราทำดี เพื่อให้เราสามารถสัมผัสมันได้ด้วยตัวเราเอง

ที่มา: อัลบั้มPicture This บรรเลงโดย Jim Brickman

Music for My Inspirations : Warmth

posted on 04 Jan 2007 09:26 by oatato  in Inspiration

[ Themes :Loneliness | Empowering| Warmth]

If You Believe
ความหนักแน่นและความมุ่งมั่นของเพลงนี้บ่งบอกถึงความเชื่อ
ถ้าเรามีความเชื่อและมีความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่เชื่อ
ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน เรามักจะเห็นความสำเร็จรอคอยอยู่เสมอ

ที่มา: อัลบั้ม By Heart : Piano Solos บรรเลงโดย Jim Brickman

PartnersIn Crime
เสียงเปียนโนกับแซ็กโซโฟนเล่นผสานไปมาอย่างกลมกลืนและงดงาม
สิ่งที่ได้ชัดเจนจากเพลงนี้ คือ มิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข
พร้อมที่จะเดินทางออกไปในโลกกว้าง โดยไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดก็ตามที่รออยู่เบื้องหน้า

ที่มา: อัลบั้ม Jim Brickman Greatest Hitsบรรเลงโดย Jim Brickman (Piano) / Dave Koz(Saxophone)
เพิ่มเติม: เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาในเวลา 30 นาที อันเนื่องมาจากการพบปะเล่นดนตรีของทั้งสองคน

ไทม์แคปซูล

posted on 10 Jan 2007 23:26 by oatato  in Inspiration

คุณเคยย้อนกลับไปอ่านข้อความเก่า ๆ ที่เคยเขียนเอาไว้บ้างหรือเปล่า

ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นข้อความในบล๊อกหรอกนะครับ อาจจะเป็นไดอารี่ หรือ
สมุดเฟรนด์ชิพที่คุณเคยเขียนให้เพื่อน (ในกรณีคุณหาเพื่อนเจอ และขโมยมันมาจากเพื่อนได้)
สมุดบันทึก หรือเศษกระดาษที่เคยขีด ๆ เขียน ๆ อะไรไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
อาจจะเป็น ปีที่แล้ว / 5 ปีที่แล้ว / 10 ปีที่แล้ว หรือยาวนานกว่านั้น

อยากให้คุณลองอ่านดู มันอาจจะทำให้คุณรู้ว่าเวลาที่ผ่านมา
เริ่ม
นับจากช่วงที่คุณบันทึกข้อความ . . . มาจนถึงเวลาที่คุณกลับมาสัมผัสมันอีกครั้ง
คุณได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่

ผมไม่ใช่คนชอบบันทึกข้อความเลยไม่มีสมุดบันทึกอะไรที่เกี่ยวกับอดีตเอาไว้มากนัก
แต่ก็เคยทำบันทึกที่แปลกกว่านั้นตอนเด็ก ๆตามที่เคยเล่าทิ้งไว้เป็นเรื่องสั้นไว้ก่อนหน้านี้

คือ เขียนจดหมายหาตัวเองในอนาคต แล้วใส่ซองเก็บไว้

เขียนถามตัวเองในอนาคต เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองในปัจจุบัน
.. ซึ่งคงเป็นคำถามที่ไม่มีทางหาคำตอบได้เลยในเวลานั้นที่เขียนจดหมาย
.. แต่มีคำตอบที่ชัดเจนแน่นอนในเวลาที่จดหมายนั้นถูกเปิดออกดู

และที่เขียนเพิ่มเติมคือ การเขียนเล่าถึงความรู้สึกในขณะนั้นเรื่องราวตอนนั้น
ความรู้สึกนึกคิดในตอนนั้น ทุกอย่างที่อยากจะเขียนออกมาในกระดาษหนึ่งแผ่น

ทำต่อเนื่องกันมาหลายปี ได้จดหมายข้างบนมีทั้งหมดประมาณ 3 ฉบับ
อาจจะสงสัยว่าทำไมมันน้อยจัง เพราะมันคือความอดทนล้วน ๆ ที่คุณต้องเก็บจดหมาย
ของตัวเองเอาไว้ถึง 3-4 ปี เพื่อรอเปิดมันอีกคร้งหนึ่ง แล้วก็ทำซ้ำแบบเดิมต่อไป
(คือ เขียน เก็บ .................................เปิดอ่าน เขียนใหม่ เก็บ ........................... เปิดอ่าน)

คุณอาจจะถามว่าตอนนี้ผมยัง(บ้า)ทำอยู่หรือเปล่า ขอบอกได้เลยเลิกไปนานแล้วครับ
เพราะว่าถ้าทำมากกว่านี้อาจจะไม่สนุกแล้ว เพราะพแช่วงหลังพอเราโตขึ้น ความคิดของเรา
จะไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่ากับช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น ที่อยู่ในช่วงเรียนรู้ ซึ่งเราจะเห็นความ
เปลี่ยนแปลง
ทางความคิดได้ชัดเจนทีเดียว แต่ตอนี้ถ้าจะทำ อาจจะต้องเว้นช่วงเป็น 10 ปี ไม่ไหวมั๊ง

ถ้ากลับไปพูดถึงคำว่าไทม์แคปซูล คุณคงทราบว่ามันเป็นสิ่งที่ใช้เก็บบันทึกหรือสิ่งของบางอย่าง
ไว้ข้างในที่มีคุณค่าทางความทรงจำและอาจมีประโยชน์ต่อคนที่เปิดมันออกมาอีกครั้งหนึ่งในอนาคต

ถ้าอย่างนั้นจดหมายข้างบนของผมก็คงถือเป็นไทม์แคปซูลเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมยังเด็กเกินน่ะ
ไม่รู้จักหรอกว่าอะไรคือไทม์แคปซูล มันก็แค่เป็นอะไรที่คิดขึ้นมาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเอง
ถือเป็นการเล่นสนุกกับเวลาอย่างหนึ่งแต่ต้องใช้ความอดทนนิดหน่อย สนุกแบบสี่มิติ ก็ไม่เลวนะ
เมื่อเวลาผ่านไป พอเปิดเจ้าไทม์แคปซูลออกมาดู คุณอาจจะแอบอมยิ้มกับความเป็นตัวคุณในอดีตก็เป็นได้

เพิ่งนึกได้ว่าผมยังมีไทม์แคปซูลอีกอันนะ มันมาในรูปแบบของลิ้นชักในตู้ที่ไม่เคยเปิดออกมาเลย
อันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทำหรอก แต่มันใส่ของเอาไว้นานแล้วมีอะไรมากองทับไว้ตู้เลยทำให้มันไม่ได้ถูก
เปิดอีกเลยเป็นเวลา
เกือบ 20 ปี ...

ตอนย้ายบ้านครั้งหลังได้มีโอกาสได้เปิดมันออกมาในที่สุด สมุดการบ้าน งานฝีมือสมัยประถมต้น ของเล่นเด็กไม่มีของชึ้นไหนโดนฝุ่นจับ กระดาษเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยตามกาลเวลา ทุกอย่างดูแทบไม่เปลี่ยนจาก
ครั้งสุดท้ายที่มันถูกแสงแดดกระทบ มันช่วยดึงความทรงจำที่ทิ้งไปบางส่วนให้กลับมาเฮฮาได้อีกครั้งหนึ่ง


อีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าเว็บบล็อกนี้ยังคงอยู่ เช่นเดียวกับข้อความที่คุณพิมพ์ลงไปในวันนี้
คุณน่าจะลองเปิดกลับมาอ่านอีกดูทีนะ ตอนนั้น คุณอาจจะแอบยิ้มให้ตัวคุณเองในวันนี้ก็ได้

อยู่ดีดีก็มีคำถามนี้โผล่ขึ้นมาจากมุมมืดให้ขบคิดอยู่พักหนึ่ง
แต่กลับรู้สึกว่ามันไม่ยากสักเท่าไหร่ที่จะตอบคำถามนี้ออกมา

เพราะว่าเราเองปกติเป็นคนที่ชอบคิดโน่นคิดนี่เสมอ ๆ จะบอกว่าเป็นคนคิดมากก็ได้ไม่ว่ากัน
แต่ถ้ามาหาว่าบ้าอาจจะมีเคือง เพราะว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น ทนรออีกหน่อย เป็นเมื่อไหร่แล้วจะบอกเอง

บางเรื่องที่คิดออกมา ถ้าโชคดีก็สามารถนำเสนอออกมาเป็นคำพูดบ้างก็ตามแต่โอกาสจำอำนวย
แต่ความคิดหรือไอเดียที่น่าสนใจหลาย ๆ เรื่องก็ได้แค่เก็บเอาไว้ในใจ ซึ่งพอเวลาผ่านไประยะหนึ่ง
ความคิดเหล่านั้นก็เริ่มเลือนหายไปตามความหนาแน่นของ
เหตุการณ์ใหม่ ๆ ที่ผ่านเข้ามาในหัวในแต่ละวัน

คงน่าเสียดายถ้าไม่บันทึกอะไรเก็บไว้บ้าง จะจดลงสมุดก็คงพอไหว เขียนเองก็อ่านเอง แต่คาดว่า
คงจะเห่อแค่สองสามอาทิตย์แล้วก็เบื่อไปในที่สุด เอามาเขียนลงในโฮมเพจส่วนตัวเลยน่าจะดี
เคยลองแล้วเหมือนกัน แต่ก็ทำไปได้ซักพักก็ขี้เกียจเข้าไปแก้โค้ด html เพื่ออัพเดตลิ้งค์ใหม่ ๆ
หรือจะเขียนเป็น asp/php ก็ทำไม่ได้เพราะเว็บเพจของฟรีส่วนใหญ่ไม่รองรับการเขียนโปรแกรม
แบบ server-side scriptและ database ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนโปรแกรมอะไรขึ้นมาจัดการบันทึก
ของเราเองนะ ทำแบบจริง ๆ จัง ๆ เลย เหมือนสมุดบันทึก ไดอารี่ ตารางนัดหมายต่าง ๆ

ก็เคยเอาไอเดียโปรเจคเกี่ยวกับ การเปิดโอกาสให้คนเข้ามาเขียนบันทึกส่วนตัวลงในเว็บ
ไปนำเสนอเพื่อหาอาจารย์ที่ปรึกษาเมื่อหลายปีก่อน อาจารย์บอกว่า "มันไม่เวิร์คหรอก"
เออ! ไม่ทำก็ได้ฟะ งั้นไปเลือกทำระบบออนไลน์ในการจัดการอะไรต่อมิอะไรให้กับองค์กรก็แล้วกัน
ตอนนั้นเค้าคงจะเห็นว่ามันคงจะดูเป็นประโยชน์กับชาวโลกมากกว่า

แต่โชคดีที่ยังมีคนมีไอเดียแบบนี้เหมือนกัน (อาจจะคิดมาก่อนเราก็ได้ แต่เราไม่รู้มาก่อนเท่านั้นเอง)
และทำออกมาจนได้ ทำออกมาเป็นสิ่งที่คนเค้าเรียกว่า "เว็บ-ล็อก" หรือ "บล็อก" นี่แหละ
ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนทำมันออกมาเป็นคนแรก แต่จะขอบคุณเขามากที่ช่วยให้มันเป็นจริงขึ้นมา

และอาจมีบางคนอยากถามว่า ถ้าอยากเขียนบันทึกมาตั้งนาน แล้วทำไมเพิ่งเขียนเอาป่านนี้
คงตอบได้ว่ามันเป็นช่วงจังหวะของชีวิตมั้งครับ บางครั้งจังหวะชีวิตก็ไม่ลงตัวไปซะทั้งหมด
เคยอยากจะทำแต่ทำไม่ได้ ผ่านไประยะหนึ่งพอมีคนทำได้ขึ้นมา ตอนนั้นก็หมดไฟไม่อยากทำซะแล้ว
แต่ถ้าวันหนึ่งอยากคิดที่จะทำขึ้นมาอีก แล้วมีโอกาสเอื้ออำนวยได้ทำ แล้วทำไมจะไม่ทำล่ะครับ

วันนั้นที่พูดถึงคือวันที่ 31 ธันวาคม2549 ครับซึ่งเป็นวันที่ผมเลือกที่จะเริ่มเขียนบล็อกเป็นครั้งแรก
เพราะว่าเมื่อหลายปีก่อนในวันเดียวกันนี้ ในวันที่31 ธันวาคม2543 จำได้ไหมครับ วันที่เราตั้งหน้าตั้งตา
นับถอยหลังกันทั่วโลกเพื่อให้ถึงยุคแห่ง Millennium ครั้งที่สอง หรือปี 2000 กันนั่นแหละ

วันนั้นแหละที่ผมอยากจะเขียนบันทึกความทรงจำมากให้ที่สุดในเว็บเพจ ซึ่งมันช่างไม่สะดวกเอาซะเลย
แต่ก็ได้ความคิดขึ้นมาว่าน่าจะทำระบบที่ใช้จัดเก็บบันทึกไอเดียต่าง ๆ ลงบนเว็บ และกะไว้ว่าจะลองไป
นำเสนออาจารย์ในวันเปิดเรียนซะหน่อย

จังหวะชีวิตในบางเรื่องก็อาจเว้นช่วงห่างกันนานหลายปีเหมือนกันนะ ว่าไหมครับ =)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Wikipedia - Blog

หาเอ็นทรี่ไม่เจอ ค้นได้


กำลังโหลดข้อมูลในบล็อก

Recommend