ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่าเคยไปลอยกระทงที่แม่น้ำจริง ๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
แต่ก็น่าจะย้อนไปได้ยาวไกลถึงสมัยยังไม่ขึ้นมัธยมด้วยซ้ำไป
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ได้ไปนั้น ก็หาได้หลายข้อ ตัวอย่างเช่น
(1) ขี้เกียจไป
เหตุผลอันนี้ฟังไม่ค่อยมีสาระไปหน่อย แต่ก็ขี้เกียจไปจริง ๆ
ตอนเด็กข้าพเจ้าจึงทำสถานที่ลอยกระทงส่วนตัวที่บ้านคือการใช้กะลามังซักผ้า
(ในสมัยก่อนที่เครื่องซักผ้ายังไม่เป็นที่นิยม) แล้วก็เอากระทงที่เพิ่งทำส่งครู
มาลอยในนั้นแหล่ะ
(2) คนเยอะ
ความคาดหวังที่จะได้พบกับบรรยากาศในแบบที่ค่อย ๆ บรรจงเอา
กระทงไปวางสัมผัสผิวน้ำพร้อมกับการตั้งจิตอธิษฐานด้วยจิตใจที่อิ่มเอิบนั้นหามีไม่
ดังนั้นจึงมีไอเดียที่จะหาสถานที่ลอยกระทงที่มีความเป็นส่วนตัวตามที่คาดหวังไว้
ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าที่ไหน ให้กลับไปอ่านข้อ 1
(3) เสียดาย
ในยุคสมัยเด็กของข้าพเจ้า การทำกระทงด้วยใบตองเป็นการบ้านหนึ่งในวิชาการฝีมือ
ดังนั้นการที่จะนำผลงานที่อุตส่าห์ทำไปปล่อยทิ้งในแม่น้ำ แล้วตอนเช้าก็กลายเป็นขยะ
ให้หน่วยเทศบาลต้องโกยเก็บจากแม่น้ำไปทิ้ง มันช่างดูไร้ค่่าและน่าเสียดายเป็นยิ่งนัก
(สมัยนี้อาจจะเรียกใหม่ว่าเพื่อลดโลกร้อน) ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหาทางที่จะเก็บกระทงนั้นไว้
เพื่อเชยชมได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ทิ้งคอนเซ็ปที่จะต้องนำกระทงไปลอย
ซึ่งทำอย่างไรนั้น ให้กลับไปอ่านข้อ 1
ถึงแม้ว่ามันคือแนวคิดแปลก ๆ ของเด็กเจ้าปัญหาหนึ่งคน
แต่ด้วยความฝังใจ มันจึงกลายเป็นเหตุผลต่อเนื่องมาถึงภายหลังด้วย
. . .
ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ออกไปงานลอยกระทง ด้วยเหตุผลในข้อ 1 อย่างเดียว
แต่ข้าพเจ้าก็ได้ค้นพบเหตุผลใหม่ ๆ และไฮเทคกว่าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อ นั่นคือ
มาลอยกระทงกับเอ็กทีนกันเถอะ!!!
(พิมพ์คำอวยพรผิดไป แก้ไขไม่ได้
)
สุขสันต์วันลอยกระทงครับ


