posted on 31 Dec 2006 23:20 by oatato in Messages
ผมว่านายคนนี้เก่งดี ที่เขาแต่งเพลงออกมาสื่อสารกับคนฟังได้ดีโดยไม่มีเนื้อร้อง
กำลังพยายามทำให้ได้อย่างนี้อยู่
ลองดูภาพถ่ายที่เขาสื่อออกมาว่าเป็นยังไง ดนตรีของเขาก็เป็นอย่างนั้นแหละ
คุณสามารถไปเยี่ยมนายคนนี้ได้ที่ KavinHoo.com
ตัวอย่างเพลง: Chain of Hearts
posted on 03 Jan 2007 09:22 by oatato in Messages
[ Themes :Loneliness | Empowering| Warmth ]
ช่วงสิ้นปีสบาย ๆ แบบนี้
ขอหยิบเพลงบรรเลงแนว New Age ที่ฝังใจมาฝากกันครับ 
ซึ่ง Theme ของเพลงที่มานำเสนอก็คือ Music For My Inspirations
อาจจะเป็นเพลงบรรเลงธรรมดา แต่ถือว่าเป็นเพลงสร้างจินตนาการและแรงบันดาลใจได้ดีทีเดียวครับ
New Beginning
ชีวิตอาจตื่นขึ้นมาด้วยความเหงา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีความรื่นเริงที่เข้ามาทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ดำเนินต่อไปอย่างรื่นรมณ์
ที่มา: เพลงนี้ได้มาจากแผ่นเดโมของ soundcard ตัวเก่าที่บริษัทเค้าเลิกสายการผลิตไปนานแล้ว ต้นฉบับเป็น midi เลยเอามาแปลงเป็น mp3 ฟังครับ
อันที่จริง เพลงนี้ไม่มีชื่อ ไม่ทราบผู้แต่งครับ ชื่อเพลงข้างบนนั้นตั้งขึ้นมาเองครับ จากการฟังทำนองเพลง แล้วจินตนาการเอา
Step to You
ระยะทางอาจดูยาวไกลและโดดเดี่ยว ขอเพียงแค่เริ่มต้นก้าวเดิน แล้วสักวันหนึ่งเราจะเจอกัน
มีอยู่ท่อนหนึ่งที่บ่งบอกถึงการย่างก้าว (step) ได้อย่างชัดเจนและนุ่มนวล
ที่มา: อัลบั้ม Lifescapes Solo Piano บรรเลงโดย Kavin Hoo
October
เดือนตุลาคม ... ช่วงเริ่มต้นระยะเวลาแห่งฤดูหนาว ... จุดเริ่มต้นแห่งความเหงาในจิตใจ
ที่มา: อัลบั้ม Healer of Hearts บรรเลงโดย Danny Wright
posted on 08 Jan 2007 13:23 by oatato in Messages
ช่วงนี้ติดหนังซีรีย์เรื่อง Stargate SG-1 ที่เคยฉายนำมาในบ้านเราอยู่ระยะหนึ่ง
แต่ก็เลิกฉายไป ตอนนี้เลยไปหามาดูในรูปแบบแบบดีวีดี ดูกันจุใจทีเดียว
คนอื่นดูกันทั้งปี เราดูจบในสองวัน ออกจากห้องมาเจอแสง ตัวเกือบละลาย
ถ้าใครได้เคยดูจะทราบว่าซีรี่ย์นี้เค้าทำต่อจากหนังเรื่อง Stargate ที่เคยฉายโรง
เมื่อนานมาแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกต่างดาวที่จับมนุษย์ไปเป็นทาสใช้งาน
โดยจะทำตัวเป็นเทพเจ้าเพื่อข่มขู่ให้มนุษย์หวาดกลัว และจับมนุษย์จากโลกไป
ทำงานที่ดาวอื่น ๆ ในอาณานิคมด้วย (จากที่ฟังดูจะคล้าย ๆ กับว่าผู้คิดพล๊อตเรื่อง
กำลังเสียดสีการค้าทาสของพวกตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม)
ในหนังโรงจะกล่าวถึงการพบ Stargate ที่นำมนุษย์โลกไปยังอาณานิคมต่าง ๆ
ที่เหล่ามนุษย์ที่ถูกจับไปตั้งแต่สมัยบรรพบรุษดำเนินชีวิตอยู่ และตอนจบก็คือ
การไปช่วงมนุษย์พวกนั้นให้มีอิสระภาพจากพวกต่างดาว ...Happy Ending
ส่วนซีรีย์จะเอามาทำต่อโดยเริ่มเรื่องจากที่ว่าโครงการจากในหนังล้มเลิกไปแล้ว
แต่อยู่ดีดีดันมีพวกต่างดาวโผล่ออกมาจาก Stargate ที่เก็บไว้ในโกดัง มายิงทหาร
ที่เฝ้าโกดังนี้อยู่ และก็มีลักพาตัวกลับไปด้วย เดือดร้อนถึงทางกองทัพในฐานะชาวโลก
ที่จะต้องระวังภัย เลยทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี Stargate ในการท่องไปยังดาวต่าง ๆ
เพื่อสำรวจหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือแม้กระทั่ง พันธมิตรใหม่ ๆ จากต่างดาว
มนุษย์ที่อยู่ในโลกที่พวกเขาไปเยือน ส่วนใหญ่จะเป็นมนุษย์ที่ถูกจับไปจากโลก
เมื่อครั้งอดีตกาล บางกลุ่มก็ยังถูกข่มขู่เป็นทาสอยู่ แต่บางกลุ่มก็ปลดปล่อยตัวเอง
เป็นอิสระได้นานแล้ว และพัฒนาอารยะธรรมและเทคโนโลยีของตัวเองขึ้นมา
จนเจริญก้าวหน้ากว่าโลกดั้งเดิมของพวกเขาอีก (ก็คือดาวโลกของเราน่ะแหละ)
เป็นไปได้ยังไง เพราะอะไรน่ะเหรอ มีอยู่ตอนหนึ่งที่ตัวละครในทีมสำรวจคุยกัน
เกี่ยวกับอารยธรรมที่ก้าวหน้าบนดาวดวงนึงที่ไปสำรวจ ประมาณว่า
ถึงอารยธรรมตอนแรกของพวกเขา จะเริ่มต้นช้ากว่าโลกเราก็จริง
แต่เพราะดาวของเราเสียเวลาไปเป็นร้อยปีกับสงคราม และความเชื่องมงาย
ในการตามล่าพ่อมดแม่มด* ในขณะที่โลกของเขาไม่ได้เสียเวลาในเรื่องเหล่านี้
จึงทำให้การพัฒนาทุกอย่าง บนดาวดวงนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าเรามาก
เป็นไงครับ คนเขียนบทเรื่องนี้ เยี่ยมไหมล่ะ ฟังแล้วจิ๊ดเลยนะเนี่ยะ
* หมายเหตุ:
ในยุคกลาง การคิดค้นและทดลองทางวิทยาศาสตร์ ถูกมองว่าเป็นการใช้เวทมนตร์
และผู้ทดลองถือว่าเป็นพ่อมดแม่มด จึงมักถูกตามล่าเพื่อนำไปเผาทั้งเป็น
posted on 11 Jan 2007 21:32 by oatato in Messages
วันที่ 10 มกราคม 2550
วันนี้เป็นวันที่ดี รู้สึกดี และอบอุ่นใจ ได้เจอกับคนเคยรู้จักมากมาย
พวกเขาดีใจที่เจอเรา พวกเขาบอกว่าตัวเราไม่เปลี่ยนไปเลย (เด็กบ้าเหมือนเดิม)
วันธรรมดาเป็นเรื่องปกติ แต่วันที่ดีมีไม่มาก
อยากให้เกี่ยวเก็บมาจำจดไว้ในใจ
เมื่อวันใดที่เราทุกข์ใจ จะมีวันนี้มาปลอบใจ
จดจำไว้ให้ดี มีวันที่ดีจงสุขใจ มาเมื่อไรจงจดจำ
posted on 20 Jan 2007 23:36 by oatato in Messages
เริ่มเขียนเมื่อวันที่: 31/12/2006
จำนวนเอ็นทรีที่เขียน: 42
จำนวนผู้เข้าชม: 1057 ท่าน
จำนวนเท่านี้ก็ถือว่ามหาศาลแล้วในความรู้สึกของผม
ไม่แน่ใจว่าถ้าหักจำนวนเลขที่ตัวเองเข้าชมจะเหลือเกินครึ่งหรือเปล่านะ
แต่สำหรับผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งจำนวนเลขที่เหลือ ขอขอบคุณอย่างจริงใจครับ
ที่สละเวลาให้ความสนใจมานั่งอ่านบทความเรื่อยเปื่อยจากจินตนาการแปลก ๆ
ของคน ๆ หนึ่งที่นั่งอยู่ที่มุมเล็ก ๆ มุมหนึ่งในโลกไซเบอร์ที่ไม่มีขอบเขตใบนี้
สิ่งที่เขียน เกิดขึ้นมาจากความคิดบ้า ๆ บอ ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นึกขึ้นมานานแล้วบ้าง
นึกขึ้นมาแบบฉับพลันตามอารมณ์ สิ่งแวดล้อม หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
ยกเว้นว่า ถ้ามีการคัดลอกบทความมาจากใครก็จะเขียนบอกที่มาทิ้งท้ายไว้ไห้นะครับ
ตราบใดที่ยังมีอะไรผุดขึ้นมาในหัวแล้วมันน่าจับเอามาขีด ๆ เขียน ๆ กด ๆ พิมพ์ ๆ
ก็จะเจอมันโผล่ขึ้นมาเป็นหนึ่งเอ็นทรีในบล็อกนี้ไม่ช้าก็เร็วครับ เพราะมันคือสมุด
บันทึกไอเดียส่วนตัวเล่มเกือบแรกของผม ( ที่จริง เล่มแรกก็คือบล็อกเหมือนกันแหละ
แต่อยู่ที่อีกเว็บหนึ่ง ตอนแรกก็อัพเดตคู่กับที่นี่ แรงเยอะ แต่ตอนหลังไม่ค่อยได้แก้ไข
เพราะมันใช้ยาก แถมช้าอีกต่างหาก ก็เลยหยุดมาเขียนที่นี่ที่เดียว ชีวิตดีขึ้นเยอะเลย )
ก็เลยเห่อเป็นธรรมดาอย่างนี้แหละ
การบันทึกนี่มีข้อดีเยอะนะครับ มันช่วยให้เราดักจับสิ่งความคิดหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในห้วงเวลาหนึ่งลงมาเก็บบันทึกเอาไว้ ทำให้เราสามารถย้อนกลับไปดูความคิดของเรา
หรือระลึกถึงเหตุการณ์นั้น ๆ ได้ ไม่ว่ามันจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามเช่นเดียวกันกับรูปถ่าย
แล้ววันหนึ่งคุณจะเห็นเองว่า ในชีวิตคุณได้คิด ได้พบเห็นอะไรไปมากมายขนาดไหน
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
จินตนาการของมนุษย์ มีคนเขาบอกมาว่ามันมีไม่สิ้นสุด
แต่จินตนาการที่สามารถนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้หรือมองเห็นได้ มันมีจำกัด
แล้ววันนี้คุณนำจินตนาการออกมาจากตัวเองบ้างหรือยัง?