Notes

อดีต คือนามธรรมที่เคยเป็นรูปธรรมมาก่อน
ปัจจุบัน คือรูปธรรมที่กำลังจะกลายเป็นนามธรรม
อนาคต คือนามธรรมที่รอการกลายเป็นรูปธรรม
 
๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕

?.?.?.?

posted on 14 Oct 2012 13:34 by oatato in Notes
สิ่งยากสิ่งหนึ่งของการเขียนบล็อกคือ การตั้งหัวเรื่องบล็อก
เพราะบางทีเนื้อหามากมาย แถมบวกความจับฉ่ายเป็นส่วนเสริม
ไม่รู้จะหาหัวข้อที่จะจำกัดความสั้น ๆ ออกมาให้ครอบคลุมได้อย่างไร
นี่เองอาจเป็นสาเหตุให้การเขียนสะเตตัสจึงผุดออกมาได้เร็วกว่าเป็นไหน ๆ

แต่ประโยชน์ที่จะได้รับก็คือ จะช่วยให้เราฝึกฝนความสามารถในการสรุปเนื้อหา
ออกมาเป็นหนึ่งประโยคที่คนอื่นจะเข้าใจได้ หรือในอีกทางหนึ่งคือทำให้เราได้ทบทวน
สิ่งที่ได้เขียนมาว่ามีแก่นสารที่ชัดเจนหรือไม่ หรือแม้แต่ว่าควรจะเขียนออกมาหรือไม่ด้วยซ้ำไป

อย่างน้อยมันก็มีห้วงหนึ่งที่ทำให้เราตระหนักว่า พูดหรือเขียนอะไรไป

คำแนะนำจาก SIU สำหรับการปฏิบัติตัวในช่วงเคอร์ฟิว – อัพเดตล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา 17.00 น

ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น คืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

  • มีการปล้นสดมภ์เยอะโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจราจล
  • เกิดเพลิงไหม้ตลอดเวลา
  • ทหารน่าจะออกปฏิบัติการโดยใช้กระสุนจริงเต็มที่ แต่อาจควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ทั้งหมด

คำแนะนำในการอพยพ

  • ศอฉประกาศเคอร์ฟิว 20.00-06.00 ให้ประมาณเวลาเดินทางให้ดีด้วย
  • ถ้าหากอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับความวุ่นวาย โดยเฉพาะใจกลางกรุงเทพมหานคร
  • ให้ย้ายออกจากพื้นที่โดย ด่วน ก่อนเวลา 20.00 น
  • อพยพออกไปพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก
  • ถ้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก ควรเตรียมความพร้อมในการออกพื้นที่ต่างจังหวัด

เตรียมการ

  • สำรองอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรคพื้นฐาน จัดเป็นชุดใส่กระเป๋ารอไว้ เพื่อหยิบฉวยได้สะดวก
    • อาหารแช่แข็งอาจอุ่นไม่ได้ถ้าหากไฟดับ ควรเตรียมอาหารกระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูป
  • เตรียมอุปกรณ์การสื่อสาร ชาร์จโทรศัพท์มือถือ เตรียมซิมการ์ดมากกว่า 1 เครือข่าย และเช็คสัญญาณมือถือ
  • เตรียมไฟฉาย เช็คถ่านไฟฉายว่ายังใช้งานได้ เผื่อกรณีไฟดับยามกลางคืน
  • เตรียมผ้าปิดจมูก ในกรณีที่พบกลุ่มควัน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำคลุมจมูกไว้
  • เติมน้ำมันรถให้เต็ม ถอนเงินสดสำรองไว้ เพราะ ATM อาจใช้งานไม่ได้ และปั๊มอาจปิดทำการ
  • ศึกษาเส้นทางรอบบริเวณ ว่าสามารถอพยพไปทิศทางใดได้บ้าง (อาจใช้ Google Maps) เตรียม เส้นทางเดินเท้าในกรณีที่รถยนต์ไม่สามารถใช้ได้ และระวังซอยตัน
  • จดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินลงกระดาษ เตรียมหมายเลขโทรศัพท์บ้านญาติ-เพื่อน เพราะมือถืออาจใช้งานไม่ได้
  • ซักซ้อมจุดนัดพบกับสมาชิกในครอบครัว กรณีที่เกิดการพลัดหลง

ก่อนออกจากบ้านเพื่ออพยพไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย

  • ถ้าหากมีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ ควรจอดไว้ในบ้านถ้าเป็นไปได้ เพราะอาจโดนเปิดถังน้ำมันจุดไฟ
  • ก่อนออกจากบ้านควรปิดและถอดปลั้กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด สับคัตเอาท์ให้เรียบร้อย ให้ไฟฟ้าดับเพื่อป้องกันเพลิงไหม้
  • ล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน
  • ไม่ควรออกเดินทางโดยลำพังถ้าเป็นไปได้ ควรมีเพื่อนไปด้วยเผื่อเกิดเหตุสุดวิสัย

แหล่งข่าวทาง Twitter

  • @siu_thailand – Twitter ของ SIU
  • @js100radio – วิทยุ จส. 100
  • ติดตามข่าวสารได้จากแท็ก #thaicrisis ใช้ วิธีค้นหาได้จาก search.twitter.com หรือ โปรแกรม Twitter แทบ ทุกตัว
  • ผู้สื่อข่าว
    • @jin_nation
    • @teeradet
    • @noppatjak
    • @teeratr
    • @MrNaLing
    • @jomquan

หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน

  • สายด่วน ศอฉ. 02-551-1515
  • เหตุด่วนเหตุร้าย 191
  • ศูนย์ดับเพลิงศรีอยุธยา 199
  • หน่วยแพทย์กู้ชีพ กทม. 1554
  • กองปราบปราม 1195
  • ศูนย์นเรนทร 1669
  • มูลนิธิร่วมกตัญญู 24 ชม. 0-2751-0951-3
  • ศูนย์วิทยุกรุงธน 0-2451-7227-9
  • ศูนย์วิทยุปอเต็กติ้ง 24 ชม. 0-2226-4444-8
  • ศูนย์วิทยุรามา 0-2354-6999
  • ศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล กรมตำรวจ 1691
  • ศูนย์เอราวัณ กทม. (ศูนย์รับแจ้งเหตุ) 1646
  • ศูนย์ควบคุมระบบการจราจรบนทางด่วน 1543
  • ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร 1197
  • ศูนย์จราจรอุบัติเหตุ จส. 100 1137
  • สถานีวิทยุชุมชุน ร่วมด้วยช่วยกัน (FM 96) 1677

[fwd] เรื่องเล่าในหลวง

posted on 05 May 2010 23:06 by oatato in Notes

อ่านกี่รอบก็ยังคงรู้สึกดีครับ วันนี้มีโอกาสมาเจอบทความนี้อีกครั้ง
เลยขอบันทึกเก็บไว้ที่นี่ เพื่อที่จะได้กลับมาอ่านอีกเรื่อย ๆ

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนา่น

. . .

เรื่องเล่าในหลวง

น่าปลื้มใจมากที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
ระยะแรกราวปี พ.ศ.2498 เป็นต้นมา
คราใดที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวลนั้น
จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับแก่งกระจาน ด้วยพระองค์เอง
ทำนองเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ห้า
โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าทรงมาถึงแล้ว
วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน หมู่บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน
ซึ่งราษฎรกำลังช่วยกันตบแต่งประดับซุ้มรับเสด็จกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง
และไม่คาดคิดว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์
ต้องให้ในหลวงเสด็จฯก่อนแล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้..
วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ..
ทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว
วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการพร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตามและทรงมีพระ ดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า
”วันนี้ฉันเป็นในหลวง..คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ.."

+++

อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน
เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่งที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลาย ออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า
”ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวน พระพุทธเจ้าข้า.."
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า "มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
เรื่องนี้ ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง

+++

มีเรื่องนึงเคยฟังจากผู้ใหญ่เล่าเมื่อนานมาแล้ว
มีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนนึงกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า
อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีในหลวงเสด็จมา
คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวงก็ก้มลงกราบ คนอยู่ด้านบนไม่เห็น ก็บอกว่า “เฮ้ย จับดีๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง”
ในหลวงทรงจับบันไดให้ เค้าก็บอกว่า “เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” (สงสัยคงจะเพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ผ่านโปร) พอเสร็จก็ก้าวลง พอเห็นว่าในหลวงเป็นคนจับบันไดให้
ถึงกับเข่าอ่อน จะตกบันได รีบลงมาก้มกราบ
ในหลวงทรงตรัสกับช่างว่า “แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย"

+++

เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของ ท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า "ไปบอกเค้านะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"

+++

เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน เพราะเรียนมาตั้งแต่เล็กแต่ไม่เคยได้ใช้เมื่อออกงานใหญ่จึงตื่นเต้นประหม่า ซึ่งเป็นธรรมดาของคนทั่วไป
และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายรายงาน หรือกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทในพระราชานุกิจต่างๆนานัปการ
ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ เคยเล่าให้ฟังว่า ด้วยพระบุญญาธิการและพระบารมีในพระองค์นั้นมีมากล้นจนบางคนถึงกับไม่อาจ ระงับอาการกิริยาประหม่ายามกราบบังคมทูล จึงมีผิดพลาดเสมอ แม้จะซักซ้อมมาอย่างดีก็ตาม
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า
”ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
เมื่อคำกราบบังคมทูล ในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า "เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..."
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัยเพราะ ผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้

+++

เรามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับท่านให้เพื่อนๆ ฟังตั้งหลายเรื่อง วันนี้เริ่มเรื่องนี้ก่อนแล้วกันนะ เรื่องมีอยู่ว่า เหตุ