แซงคิวแล้วได้ดี มีถมไป
posted on 18 Jun 2009 22:31 by oatato in Thoughts
ตามร้านค้าต่าง ๆ ทั่วไปในบ้านเรา
ถ้าไม่มีคำแนะนำแบบเป็นรูปธรรม ให้ต้องต่อคิวกันซื้อของ
คงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นคนยืนอออยู่หน้าร้านนั้นเต็มไปหมด
ใครมาก่อนมาหลัง ถึงจะตรวจสอบกันลำบาก แต่มันก็ไม่ยากจนเกินไป
ถ้าจะสังเกตให้ดี แต่มันก็อยู่ที่ว่าจะใส่ใจในเรื่องนี้กันหรือเปล่าเท่านั้นเอง
แล้วลองสังเกตไหมครับ ว่าเราเป็นคนแบบไหน?
1. เดินเข้ามายืนหน้าร้านอาหาร เห็นคนยืนรอซื้ออาหารอยู่ 2-3 คน
เราก็คิดว่าเขาสั่งไปแล้วแน่ ๆ เลยจัดการบอกคนขายทันทีว่าต้องการอะไร
2. เดินเข้ามายืนหน้าร้านอาหาร ไม่ได้สนใจว่าคนที่ยืนอยู่นั้นคือใคร
แต่รู้แน่วแน่ว่าตัวเองต้องการอะไร จึงบอกคนขายทันที
3. เห็นคนยืนรออยู่ ไม่แน่ใจว่าเขาสั่งอะไรไปหรือยัง
ก็เลยถามคนขายว่าคิวเยอะไหม สั่งได้เลยหรือเปล่า
4. เห็นคนยืนรออยู่ ไม่แน่ใจว่าเขาสั่งอะไรไปหรือยัง
เลยยืนรอเฉย ๆ จนกว่าคนขา่ยจะหันมาถามเราว่าต้องการสั่งอะไร
ผมมั่นใจว่า ตลอดชีวิตการซื้อของที่ผ่านมา ได้ทำในแบบที่ 3 หรือ 4 อย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งในใจก็แอบหวังอยากให้ทุกคนในประเทศทำแบบเดียวกัน ...แต่มันคงเป็นไปไม่ได้
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยังมีผู้คนที่เลือกทำในแบบที่ 1 หรือ 2 อยู่พอสมควร
เนื่องจากทำแล้วมักได้ผล คือ มาทีหลัง สั่งก่อน แล้วได้ก่อน มันสะดวกดีใช่ไหมล่ะ
แล้วผมควรจะโทษคนซื้อที่ทำแบบนั้นหรือเปล่า ลองมาดูกรณีศึกษาจาก 2 เหตุการณ์นี้ดู
. . .
เหตุการณ์ที่ 1
บ่ายวันหนึ่ง ไปรอซื้อน้ำที่รถเข็นหน้าตึก มีคนไปยืนรอซื้ออยู่ 2-3 คน
คนขายชงกาแฟอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นของคนแรก ก็เลยคิดว่าคนถัดๆ ไปอาจจะ
กำลังรอสั่งอยู่ หรือไม่ก็สั่งไปแล้วแค่รอให้เค้าทำให้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเราเอง
ก็สามารถสั่งไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าคนที่รออยู่เค้ายังไม่ได้สั่ง แล้วเราไปสั่งแซงเขา
มันจะไม่ดีนะ ก็เลยยืนรอเฉย ๆ ซึ่งสุดท้ายก็พบว่า เค้าสั่งกันไปแล้ว ก็โอเค
พอใกล้ถึงคิวเราค่อยสั่งก็ได้ เดี๋ยวก็ถึงแล้วนี่
ในขณะที่คิวก่อนหน้ากำลังจะเสร็จ มีคนใหม่ ๆ ที่เพิ่งมาถึง
เดินเข้ามาสั่งรายการน้ำทันที คนขายรับทราบ
พอถึงเวลาเตรียมอุปกรณ์ที่จะทำแก้วถัดไป
คนขายก็หันมาถามผมว่าจะสั่งอะไร
"เอาชาเย็นแก้วนึง"
. . .
เหตุการณ์ที่ 2
เที่ยงวันหนึ่ง ไปรอซื้อข้าวเที่ยงที่แผงอาหารตัก มีคนไปยืนรอซื้ออยู่กลุ่มหนึ่ง
ยืนสั่งกันเต็มไปหมด คนขายก็มีอยู่ไม่กี่คน เลยทำให้ตักอาหารกันไม่ทันความต้องการ
เพราะตักให้ลูกค้าหลาย ๆ คนพร้อมกัน ลองยืนวัดใจดูว่า เมื่อไรคนขายจะมาถามซักที
ระหว่างที่รอให้เสร็จจากการบริการกลุ่มนั้น มีคนใหม่เดินเข้ามาสั่งอาหาร คนขายก็
บริการต่อให้ลูกค้าคนนั้นทันที ยังไม่ทันจะเสร็จ มีเดินเข้ามาใหม่อีกรายแล้ว
มาถามคนขายอีกคนว่าอาหารในถาดนั้นคืออะไรเอ่ย คนขายตอบไป
คนซื้อก็บอกเอาสองถุง คนขายคนนั้นตักให้ตามออร์เดอร์ทันที
มีรายใหม่เดินเข้ามายืนข้าง ๆ อีกแล้ว กำลังจะเริ่มชี้นิ้วไปที่เป้าหมาย พร้อมขยับปาก
ผมบอกคนขายทันที "เอาอันนี้สองถุง"
. . .
ตามความเห็นส่วนตัวว่าถ้ามีการแซงคิวเกิดขึ้น ใครควรจะเป็นฝ่ายผิดมากกว่ากัน
ระหว่างคนซื้อกับคนขาย ผมจะเลือกข้อที่เป็นคนขายครับ
คนซื้อที่แซงคิวน่ะ ผิดมาตั้งแต่ต้นแล้วที่ไม่มีระเบียบวินัยที่ดี
ขาดความเกรงใจ เอาเปรียบ ไม่รู้จักให้เกียรติคนที่มาก่อน
คนขายก็ผิดยิ่งกว่า เพราะผมถือว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดในการเลือกว่า
จะสนองตอบคำขอของลูกค้าคนไหน ระหว่างคนที่มาก่อน หรือคนที่มาทีหลัง
ซึ่งถ้าเขาเลือกคนหลัง ก็ถือว่าเป็นผู้สนับสนุนให้คนที่ทำผิดรู้สึกว่าทำผิดแล้วดี
แล้วคนนั้นจะฝังใจและนำแนวทางนี้ไปใช้ให้เกิดความเดือดร้อนอยู่ร่ำไป
ถ้าเปลี่ยนจากมุมมองของอำนาจเล็ก ๆ ในมือของคนขายคนหนึ่ง
เป็นอำนาจใหญ่โตที่มาจากกระบวนการทางยุติธรรมล่ะ
แล้วเราจะเห็นคนในสังคมนั้นหาความปกติสุขได้อย่างไร
อูย เริ่มไปไกลแล้ว กลับมาที่ร้านขายของต่อดีกว่า
ถ้าคนขายที่มีความชำนาญ เขาจะรู้ว่าใครมาก่อนมาหลัง
และจะเป็นคนตัดสินว่าใครควรได้รับการบริการก่อน
แล้วสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าส่วนใหญ่
ถึงจะไม่มีคิว คนจะยืนกันมั่วซั่วขนาดไหน
แต่ถ้าคนขายสามารถจัดคิวได้ดี มันก็เหมือนการยืนต่อคิวนั่นแหละ
แค่นี้สังคมก็คงน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกองแล้วล่ะ


