Thoughts

ถ้าคุณคิดว่าจะเจอคำบอกเล่าเรื่องประสบการณ์ครั้งแรก
ของเรื่องอะไรบางอย่าง คุณเข้ามาผิดแล้ว เสียใจด้วยครับ

ขอแนะนำให้ลองค้นหาจากบล็อกของคนอื่นดูจะเอาใจช่วย
สู้เค้านะ!! ทาเคชิ!!!


นี่เป็นเรื่องที่เคยนั่งคิดเล่น ๆ เกี่ยวกับปรากฏการณ์
ความทรงจำในเหตุการณ์ "ครั้งแรก" ต่าง ๆ ของคนเรา
เลยเก็บมาเล่าให้ฟัง ทนอ่านกันหน่อยละกันนะ ...

คนเราก็คงมีเรื่องราวของ ครั้งแรก หลายเรื่องทีเดียว
อันที่จริงคงมากมายเลยแหละ ถ้านับเริ่มตั้นตั้งแต่เกิด
จนโตขึ้นมา คงนับกันไม่ถ้วนเลยทีเดียว จำได้บ้าง
ไม่ได้บ้าง

แต่ก็ค่อนข้างแปลกที่หลายคนมักจะจำฝังใจ
ไม่ค่อยลืมกัน ถึงบางเรื่องอยากจะทำเป็นลืมก็เถอะ
(เพราะมันอาจจะเปิ่น หรือไม่ก็เปื่อย) แปลกไหม
ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดนานกว่าครั้งอื่น ๆ
แต่เรามักจะนึกถึงครั้งแรกได้ดีกว่าครั้งถัด ๆ ไป

แต่อาจจะไม่รวมในกรณีของ ครั้งสุดท้าย นะ
เพราะครั้งสุดท้ายมันก็มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวเหมือนกัน
เพราะมันเกิดหลังสุด ซึ่งก็น่าจะจำได้กัน แต่อาจจะไม่ก็ได้
ขึ้นกับหลายปัจจัยด้วยกัน คือ
- สติเลอะเลือน เสียสติ เสียจริต
- ความจำสั้น เหมือนปลาทอง
- พยายามลืม แกล้งลืม จนลืมไปจริง ๆ สม!!
- ฯลฯ
เราพยายามไม่เอากรณีพวกนี้มาคิดนะ ไม่งั้นข้อสรุป
ที่จะพูดถึงมันจะบิดเบือนไปได้ เราพยายามเน้นกับ
ธรรมชาติสำหรับคนปกติ (ยกเว้นว่าคุณไม่ปกติ ก็ขออภัย)

พิมพ์เมื่อยมือและตาตุ่มมาตั้งนาน ก็แค่จะสรุปว่า ...
คนเรามักจะจำเรื่องราวเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิต
ได้ดีไม่แพ้กับการจำเรื่องเดียวกันครั้งสุดท้ายเลยทีเดียว

คุณคิดอย่างนั้นหรือเปล่าเนี่ยะ

บางทีปัจจัยเรื่องเวลาก็อาจจะไม่มีผลกับความจำของคนเราไปซะทั้งหมด
คุณอาจจะยังจำเรื่องของวันแรกที่เข้าเรียนชั้น ป.1 ได้ดีเช่นเดียวกับ
เรื่องของวันที่คุณเดินเบลอ ๆ ออกจากห้องสอบวิชาสุดท้ายของปี 4 ก็เป็นได้

สมองคนเรามีความสามารถพิเศษหลายอย่างที่เรา
คาดไม่ถึงเสมอ

คุณเคยอ่านบทความเกี่ยวกับความสามารถของสมองมนุษย์ในการ
ประมวลผล
คำที่มีการสลับตำแหน่งตัวอักษรหรือเปล่า

เขาทำการสลับตัวอักษรในคำทั้งหมด ยกเว้นตัวอักษรแรกกับตัวสุดท้าย
ยังคงไว้ในตำแหน่งเดิม ซึ่งถ้าเอาประโยคที่สลับตัวอักษรนั้นไปให้คนอ่าน
คนอ่านก็ยังสามารถเดาคำและอ่านเข้าใจประโยคนั้นได้ในเวลาอันสั้น มันแปลกดีนะ

เพื่อให้เห็นภาพ ลองยกตัวอย่างประโยคดูดีกว่า ประโยคนี้ละกัน

I wkae up ealry tihs mronnnig bcuesae
I hvae to perarpe for the eaxnmitaion
at shocol tdoay.


นี่คือเฉลย ประโยคปกติ

I wake up early this morning because
I have to prepare for the examination
at school today.


เดาได้กันไหม ทึกทักว่าได้กันนะ แอบขอร้อง

แค่มีตัวแรกและตัวสุดท้าย เราก็สามารถประมวลผล
และเข้าใจทั้งคำได้ เพราะสมองเราจำได้ดีเป็นพิเศษ
เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

จุดเริ่มต้น = ครั้งแรก
จุดสิ้นสุด = ครั้งสุดท้าย

อือม์ แล้วคุณคิดว่ามันคล้าย ๆ กันไหม ...

Believing

posted on 01 Jan 2007 03:22 by oatato  in Thoughts

Question #1: Choose onewhich mostly matches yourtype of believing?
a) Seeing is Believing
b) Feeling is Believing
c) Sensing is Believing
d) Nothing is Believing

I've chosen "c" for a while.

Question #2: What is yours?
................................................

มิติกับมุมมอง

posted on 04 Jan 2007 23:39 by oatato  in Thoughts

1 มิติ (x)
น้ำแข็งมีความกว้าง 1 ฟุต

2 มิติ (x,y)
น้ำแข็งมีพื้นที่หน้าตัด1 ตารางฟุต

3 มิติ (x,y,z)
น้ำแข็งมีปริมาตร 1 ลูกบาศก์ฟุต

4 มิติ (x,y,z,t)
น้ำแข็งมีปริมาตรลดลงจาก 1 ลูกบาศก์ฟุตในตอนแรก (t1)
จะมีปริมาตรเหลือ 0.5 ลูกบาศก์ฟุต เมื่อ 10 ชั่วโมงผ่านไป (t2)

5 มิติ (x,y,z,t,e)
ในแกนเวลาปกติ (e1)
น้ำแข็งจะมีปริมาตรลดลงจาก 1 ลูกบาศก์ฟุตในตอนแรก (x1,y1,z1,t1,e1)
จะมีปริมาตรเหลือ 0.5 ลูกบาศก์ฟุต เมื่อ 10 ชั่วโมงผ่านไป (x2,y2,z2,t2,e1)
ในแกนเวลาคู่ขนาน (e2)
เอาน้ำแข็งปริมาตร 1 ลูกบาศก์ฟุตเอาไปแช่ตู้เย็นในตอนแรก(x1,y1,z1,t1,e2)
น้ำแข็งจะมีปริมาตรเท่าเดิม (x1,y1,z1,t2,e2)

6มิติ (x,y,z,t,e,p)
p1: เอาน้ำแข็งจากเหตุการณ์ e1 ไปวางบนกล่องกระดาษ > กล่องพังใน 1 ชั่วโมง
p2: เอาน้ำแข็งจากเหตุการณ์ e2 ไปวางบนกล่องกระดาษ > กล่องพังใน 15 นาที
p3: เอาน้ำแข็งจากเหตุการณ์ e1 ไปปล่อยเหนือกล่องกระดาษ > กล่องมีรอยยุบ
p4: เอาน้ำแข็งจากเหตุการณ์ e2 ไปปล่อยเหนือกล่องกระดาษ > กล่องแบน


ป.ล. บางวันว่างมากก็เพี้ยนอย่างที่เห็นนี่แหละ อย่าถือสากันเลยนะ

ข้อความกับกาลเวลา

posted on 06 Jan 2007 23:32 by oatato  in Thoughts

กาลครั้งหนึ่ง ในอดีตที่ไม่ไกลเกินไปนัก

มีเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังท้อแท้และกังวลกับอนาคตเบื้องหน้าที่กำลังมาถึง
เค้าเขียนจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง ระบายความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งหมดลงไปใน
จดหมายฉบับนั้นใส่ซอง แล้วจ่าหน้าซองถึงคนที่เขาต้องการจะส่งถึง

... แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป ...

มีเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ดูอายุมากกว่าเด็กคนแรกอยู่ 2 ปี
กำลังเปิดซองจดหมายฉบับหนึ่งที่คาดว่าจะส่งถึงเขา
หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีข้อความต่าง ๆ เขียนอยู่มากมายขึ้นมานั่งอ่าน

เมื่อเขาอ่านจนจบ ก็รู้สึกขำปนเอ็นดูคนที่เขียนข้อความในจดหมายฉบับนั้น
แล้วเขียนข้อความต่อลงไปในจดหมายแผ่นเดียวกัน มีใจความว่า

"นายกังวลเกินไป กล้าเผชิญกับมันสิ แล้วนายจะเห็นว่าทุกอย่างมันจะดีเอง
ความกังวลมากไปในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จะทำให้เราคิดฟุ้งซ่านออกไปต่าง ๆ นานา
และมักจะทำให้เราจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในทางที่ไม่ดีเสมอ เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้านายผ่านตรงจุดนี้ไปได้ มันก็ยังมีเรื่องอีกมากมายในชีวิตที่นายยังต้องเผชิญต่อไป
และพี่เชื่อว่านายก็จะผ่านสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตต่อไปได้เช่นกัน"

แล้วเขาก็หยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมา เขียนข้อความลงไป เล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิต
ของเขาในขณะนั้น สิ่งที่ตัวเขาเองกังวลใจอยู่บ้าง และก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องของ
เด็กคนนั้นลงไปในจดหมายของเขาเองด้วย เสร็จแล้วเขาก็หยิบกระดาษแผ่นนั้น
ใส่ลงในซอง จ่าหน้าถึงคนที่เขาต้องการจะส่งถึง

... แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป ...

ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 20 กว่า ๆ กำลังนั่งอ่านจดหมาย 2 ฉบับ ที่แนบมาด้วยกัน
ฉบับหนึ่งน่าจะเป็นจดหมายของเด็กคนหนึ่งส่งถึงเด็กอีกคนหนึ่งและอีกฉบับ
ที่คาดว่าตั้งใจจะส่งมาถึงตัวเขาเอง

เขาอ่านจดหมายทั้งสองฉบับ แต่จะอ่านฉบับที่ส่งถึงตัวเขาเป็นพิเศษ อ่านไปก็ยิ้มไป
เมื่ออ่านจบสุดท้าย เขาก็เขียนข้อความ ต่อลงในกระดาษแผ่นนั้น มีใจความว่า

"นายมาถูกทางแล้วนะ แล้วนายจะรู้เองว่ามีสิ่งที่ดีดีรออยู่จากการที่นายตัดสินใจในวันนั้น"

แล้วเขาก็พับจดหมายใส่ซอง วางไว้คู่กับจดหมายอีกฉบับ ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิม
ที่หน้าซองจดหมายทั้ง 2ฉบับ เขียนจ่าหน้าซองด้วยข้อความเดียวกันว่า

"ถึง ... ตัวฉันเอง ในอนาคตที่อยู่ไม่ไกลเกินไปนัก"

คนบ้ากับคนช่างฝัน

posted on 08 Jan 2007 10:14 by oatato  in Thoughts

คนบ้าและคนช่างฝันมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ
ชอบใช้จินตนาการของตนเองนึกคิดสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอในชีวิตประจำวัน

จะแตกต่างกันก็ตรงที่ คนช่างฝันมักจะแยกออกว่า อะไรคือชีวิตจริง อะไรคือจินตนาการ
ในขณะที่คนบ้ามักจะจับเอาทั้งสองอย่างเข้ามาผสมปนเปเข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก

ถ้ามีเส้นหนึ่งเส้นแบ่งเขตระหว่างคนสองกลุ่มนี้
เราจะเห็นว่าคนกลุ่มแรกบางคน บางทีก็กระโดดข้ามไปเป็นคนกลุ่มที่สอง
และไม่ยอมที่จะกระโดดข้ามกลับมา ...

อินเตอร์เน็ตบางทีก็ดูเหมือนโลกแห่งความฝัน

  • อยากรู้อะไร ก็ได้รู้
  • อยากเป็นใคร ก็ได้เป็น
  • อยากเจอใคร ก็ได้เจอ
  • อยากทำอะไร ก็ได้ทำ

ชีวิตแสนง่าย สะดวกสบาย ใครมีสุขก็สนุกสนาน
ใครทุกข์เศร้าก็หาทางระบายมันออกไปให้หมดใจ
ใครเหงาเปล่าเปลี่ยว ก็จะเจอคนมากมายมาเราอยู่รายล้อมเรา

มันน่าดึงดูดใจใช่ไหมล่ะ จนบางทีไม่อยากจะกระโดดกลับเข้าสู่โลกแห่งความจริง

ก็คงคล้าย ๆ กับที่นักฝันบางคนที่ไม่ยอมกระโดดกลับมาจากกลุ่มของคนบ้า

ไม่แน่นะ นี่จะเป็นโอกาสที่ดีเป็นการฝึกชีวิตเราอย่างหนึ่ง
เพื่อให้เราได้เป็นนักฝันที่รู้จักโลกแห่งความฝันให้ดีขึ้นกว่าเดิม

หรือไม่ก็เป็นคนบ้าอย่างเต็มภาคภูมิ ...

หาเอ็นทรี่ไม่เจอ ค้นได้


กำลังโหลดข้อมูลในบล็อก

Recommend