australia

ภาพของท้องฟ้า

posted on 13 May 2007 00:00 by oatato in Galleries

แวะเข้าไปเยี่ยมชมภาพแกลลอรี่ท้องฟ้าในบล็อกของคุณ mysky ก็หลายครั้งหลายครา
เพิ่งมานึกได้ว่าเราก็แอบถ่ายภาพวิวเกี่ยวกับท้องฟ้า (หรือไม่ก็ใกล้เคียง) เก็บมาบ้างเหมือนกัน
เลยขออนุญาตเลียนแบบซะเลย โดยการจับเอามารวมไว้เป็นแกลลอรี่หัวข้อใหม่ ที่ใช้ชื่อว่า ...

ท้องฟ้า...ของฉัน

( คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดขยาย )

ภาพข้างล่างต่อไปนี้ ไม่ได้ตั้งใจถ่ายท้องฟ้าแบบตรง ๆ เหมือนข้างบน
ดังนั้นจึงจะเห็นท้องฟ้าเป็นแค่ส่วนประกอบในรูป แต่ก็ดูน่าสนใจไปอีกแบบ

จุดเด่นของ 2 ภาพล่างนี้คงจะอยู่ที่ กากบาท

ภาพชุดถัดไปนี้อาจจะไม่ชัดเท่าไหร่เพราะถ่ายด้วยกล้องฟิลม์ แล้วสแกนเข้ามาอีกรอบหนึ่ง
เป็นภาพวิวที่มีท้องฟ้าเป็นองค์ประกอบร่วมที่ดูแล้วรู้สึกชอบที่สุด เห็นกี่ครั้งก็ไม่เบื่อซักที

ภาพที่เกี่ยวกับท้องฟ้าทั้งหมดก็มีอยู่เท่านี้ล่ะครับ =)

[ ตอนที่ 1 | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3 ]

กำลังจะเริ่มขึ้นรถกระเช้าลอยฟ้า ตอนแรกก็ดูว่าธรรมดา

แต่พอเริ่มเคลือนที่ไปซักพัก เริ่มรู้สึกว่ามันทำตัวเหมือนเครื่องบินที่กำลังจะ take off

คือสูงขึ้นเรื่อย ชักหวาดเสียว เผอิญไม่ค่อยถูกชะตากับความสูงเท่าไหร่

โชคดีตรงที่ พอวิ่ง (ลอย) ไปซักพัก มันจะลงไปจอดที่สถานีถัดไป
ที่จะมีทิวทัศน์ให้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปถ่ายรูปป่าเขาลำเนาไพรได้
เพื่อที่จะมีกำลังใจในการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าได้ต่อไป

แต่ถึงลงมา ชีวิตก็ไม่ได้ห่างจากคำว่าความสูงเท่าไหร่
เพราะมันเป็นป่าบนหน้าผา เห็นแม่น้ำอยู่ข้างล่างลิบ ๆ
สูงกว่าวิวที่มองลองมาจากรถกระเช้าอีก เอาเข้าไป

กลับไปขึ้นรถกระเช้าต่อดีกว่า

จากที่เห็นจะประมาณว่า มันสูงเพราะเสาที่ยึดเคเบิ้ลของรถกระเช้า
แต่ละเสา มันจะตั้งอยู่บนยอดภูเขาที่ตั้งอยู่ติดกันเป็นทอด ๆ
แปลว่า ถ้าภูเขาสูงเท่านี้ เราก็จะอยู่สูงกว่าภูเขาอีกประมาณหลายสิบฟุต

นั่นหมายถึง โคตรสูง

และ โคตรสูงกว่า

คล้าย ๆ กับนั่งเครื่องบิน แต่ความสูงมันเขยิบมาอยู่ใกล้ตัวเราขึ้นมากกว่าเดิม

ก่อนที่จะคลั่งความสูงไปกว่านี้ ก็แวะมาจอดอีกสถานีหนึ่ง ไปถ่ายรูปซะให้พอ

ชอบรูปนี้ ต้นอะไรไม่รู้ เหมือนมีนั่งร้านอยู่ข้างบน นกคงชอบ ไม่ต้องเสียเวลาทำรัง

เสร็จแล้วก็ออกไปผจญกับความสูงต่อ

เหมือนกับว่าสถานีหน้าคงเป็นสถานีปลายทาง (หมอชิต)

เพราะมันไม่มีภูเขาเหลือให้ปักเสาแล้ว รถกระเช้าก็เลย
ทำตัวเหมือนเครื่องบินกำลัง landing ร่อนลงจอด
มันดีกว่าตอนเครื่องบินลงตรงที่เห็นทิวทัศน์ได้ชัดเจนกว่ามาก

ถนนนั้นดูไม่ค่อยเห็นมีรถวิ่งเท่าไร่ โชคดีมีรถวิ่งมา ก็เลยถ่ายภาพไว้
องค์ประกอบภาพจะดีกว่าถ้ามีรถเข้ามาอยู่ในภาพแบบนี้ ยิ่งถ้าเป็นรถสีแดง
คงจะดีกว่านี้ (ยังจะเลือกอีก มีวิ่งผ่านมาให้ถ่ายก็บุญแล้ว ... คนขับรถข้างล่างบ่นมา)

และรถกระเช้าก็ร่อนลงสู่พื้นดินโดนสวัสดิภาพ สถานีรถกระเช้าปลายทาง
ไม่ได้ติดกับสถานีรถไฟต้นทางตอนขาไป อีกความหมายนึงคือ มันไปไม่ถึงน่ะ
(นัยว่าภูเขาหมด ก็ไม่มันแล้ว จะนั่งต่อไปทำไม) ก็จะมีรถบัสมารับช่วงต่อให้
และส่งถึงที่พัก

และวันสบาย ๆ ก็จบลงอีกหนึ่งวัน ไม่หวือหวา (แต่หวาดเสียว)แต่ก็สนุกไปอีกแบบนะครับ =)


สถานที่ถ่ายทำ: Cairns Australia

[ ตอนที่ 1 |ตอนที่ 2| ตอนที่ 3 ]

ตอนที่แล้ว กำลังจะลองสำรวจเส้นทางใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ดีไหมหว่า

ถ้าใครดู Lord of The Rings ภาคแรก เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงเหมือนฉากในป่า
ตอนช่วงแรก ๆ ที่โฟรโด แซม กับพวกอยู่ในป่ากำลังหลบเจ้าปีศาจขี่ม้าดำ
ที่กำลังตามล่าแหวนอยู่
(เฮ้ย! หลุดโลกไปหน่อยแล้ว หยุดคิดแล้วเดินตรงไปเลย ไอ้โฟรโด)

เป็นที่ที่สงบดี เหมาะสำหรับการหลบตัวเองออกจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย
อยากนั่งพักอยู่ที่มุมนี่ไปทั้งชีวิต แต่ไกด์เค้าให้ได้แค่สองชั่วโมง ก็ได้ฟะ

โซนนี้ไม่ได้เปลี่ยวนัก มีคนลอยน้ำโผล่มาให้เห็นบ้างเป็นระยะ
(หมายถึงพายเรือแคนูผ่านมาน่ะ ไม่ใช่หนังกระตุกขวัญซะหน่อย)

พอมีแมกไม้ให้ชมบ้างเหมือนกัน อย่างน้อยป่านี้ก็ไม่ได้มีแค่สีเขียว

นั่งเล่นเพลิน ๆ ก็มีเป็ดน้ำสองตัวเดินผ่านมาทักทาย คงเป็นเจ้าหน้าที่ปลอมตัวมา

เวลาผ่านไปไวตามคาด พักได้ครู่ใหญ่ ๆ ก็ต้องบอกลาเป็ด 2 ตัวที่ยัง
เดินวนเวียนอยู่แถวนั้น แล้วเดินไปขึ้นรถกระเช้าตามเวลากำหนดไว้

หน้าตาเป็นอย่างนี้ ดูคล้าย ๆ กับในสวนสนุก ขำขำ

เดี๋ยวพอนั่งไปจะรู้เองว่า มันยิ่งกว่าสวนสนุก หุหุ ต่อตอนหน้าละกัน

[ตอนที่ 1| ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3 ]

เช้าวันใหม่กับการนั่งรถไฟขบวนยาว ๆ เพื่อไปที่จุดหมายที่ยังไม่รู้จักนัก
อ่านจากในโบรชัวร์ ว่าไปชมธรรมชาติและบรรยากาศของRainforest
ที่เป็นสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ของพื้นที่แถวนี้

ขาไป: นั่งรถไฟ - ขากลับ: รถกระเช้าลอยฟ้า

ฟังดูน่าสนใจ ลองกะเขาหน่อยละกัน

ออกจากตัวเมือง ที่กำลังลับหายไปเนื่องจากถูกสันเขามาบดบัง

และเริ่มผ่านเข้าสู่ป่าเขาลำเนาไพรในเวลาไม่นานนัก

วิวนอกหน้าต่าง แต่มองลงไป สูงแฮะ

นั่น กลัวนักท่องเที่ยวไม่หนำใจ มีจอดรถกลางทางให้แวะถ่ายรูปหน้าตาเฉย
ดีนะที่ไม่มีร้านเปิดกลางป่าให้คนซื้อของที่ระลึกน่ะ

พอไปถึงปลายทาง ก็เจอเมืองเล็ก ๆ หนึ่งเมื่อง ไม่มีจุดน่าสนใจ (Point of Interest)
อะไรเลย มีแต่ร้านขายของ และก็ร้านอาหารเหมือนศูนย์อาหารทั่วไป
แต่ก็เห็นสถานีรถกระเช้าที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟเลย คงตั้งใจให้มาเพื่อกลับ

เค้าให้เวลาเดินเที่ยวในเมืองประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วนัดเจอที่หน้าสถานีรถกระเช้า
ตอนนั้นเลยไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ จะทำอะไรหว่าตั้งสองชั่วโมง

ลองเดินตามร้านขายของ ไม่รู้จะซื้ออะไร เดินไปเจอคนที่แต่งตัวทำตัวเหมือนรูปปั้น
ไม่รู้ว่ามีศัพท์เฉพาะหรือเปล่า แต่ขอเรียกว่า นักแสดงหุ่นนิ่งละกัน คงได้แรงบันดาลใจมาจากหุ่นโคมไฟจื้อกง หรือไม่ก็ดาราหน้าใหม่ในบ้านเราที่เล่นแข็งเหมือนหุ่นเหลือเกิน
ช่วงนั้นเป็นที่นิยม ไปเมืองไหนก็เจอส่วนใหญ่จะเป็นรูปปั้น สร้างสรรค์หน่อยก็จะทำเป็น
หุ่นยนต์ เคลื่อนไหวและมีเสียงประกอบด้วย ยิ่งทำเหมือนมากเท่าไหร่คนดูจะชอบและให้ค่าตอบแทนตามกำลังศรัทธา

คนแรกนี่ ไม่เหมือนเท่าไหร่ แต่คงได้คะแนนความเห็นใจ
เพราะกลับบ้านคงต้องสระผมกันทั้งวัน (หรือว่าอาจจะไม่ก็ได้
นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ ตื่นมาก็ออกมาทำเหมือนเดิม)

ส่วนรายที่สองนี่สร้างสรรค์เหมือนกัน คือถ้าใครมาวางตังค์ก็จะมีเป่าแซ็กให้ฟัง
ท่อนนึง คงได้ไอเดียมาจากตู้เพลง เด็ก ๆ จะชอบมากกว่าคนแรก อยากชวนมา
แสดงที่งานวันเด็กบ้านเราจัง

เดินมาหยุดที่แผงตุ๊กตา ซื้อเป็นของที่ระลึกซักตัว เป็นตุ๊กตาลูกนกอีมู
ระหว่างจ่ายตังค์ ดันทำกล้องตกพื้น เลยขอเค้าถ่ายรูปลองกล้องหน่อย
โชคดีที่กล้องไม่พัง ถ่ายติด รอดตัวไปอีกหนึ่งหน

พอเดินพ้นจากความวุ่นวายของร้านค้าไประยะหนึ่ง
เพิ่งสังเกตุเห็นว่ามีแม่น้ำขนาดใหญ่พาดยาวเลียบตัวเมืองมากตลอดแนว
ตึกร้านขายของต่าง ๆ ที่เดินผ่านมาคงบดบังเอาไว้ เลยไม่ได้เห็นก่อนหน้านี้

และเห็นทางเดินเลี้ยวโค้งลงไป ก็พบกับทางเดินอีกทางหนึ่งที่ขนานกับเส้นทาง
ที่เพิ่งเดินผ่านมา แต่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประมาณความสูงของบ้าน 1 ชั้น
เป็นทางเดินเลียบแม่น้ำ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ สงบ อุบอุ่น น่าสำรวจ

ไปเดินสำรวจต่อในตอนถัดไปละกันนะ

Tulips Festival (ตอนที่ 3)

posted on 02 Jan 2007 01:11 by oatato in Galleries, Life

[ ตอนที่ 1 | ตอนที่ 2| ตอนที่3]

จากความเดิมตอนที่แล้ว สรุปว่าไม่ได้หลงกลับมาทางเดิมหรอกครับ

มันเป็นโซนสีม่วงสาขา 2 นั่นเอง แถมยังเดินไปเจอโซนจับฉ่ายสาขา 2 อีก
โซนนี้ใช้สีมากกว่าสาขาเดิม ดูซับซ้อนขึ้นอีกหน่อย แต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ

เดาว่าคนจัดโซนนี้คงไม่ใช่นายแวนโก๊ะคนเดิมแล้ว คงเป็นอีกคนที่ชื่อ ปิกัสโซ่ มากกว่า

ลองเข้าไปถ่ายใกล้ ๆ ไม่รู้ว่าดอกอะไร แต่มันดูเหี่ยว ๆ งอ ๆ ชอบกล
ดูไอ้ที่มันตูม ๆ ยังไม่โผล่เป็นดอกสิ คอพับไปเลย เหมือนคนแอบหลับในเวลางาน

สรุปว่าดูใกล้ ๆ แล้วไม่ปลื้ม เป็นดอกประเภทสวยสิบเมตร
ดังนั้น ต้องถอยออกมาห่างหน่อยจะดูเหมาะสมกว่า

ไม่เหมือนทิวลิปนะ ยิ่งเข้าใกล้กลับยิ่งดูดี มันต้องให้ได้อย่างนี้สิ

เข้าไปตรงที่ร่มเจออยู่กระถางนึงแล้วเป็นกระถางเล็กแต่มีทิวลิปหลายสี
ในกระถางเดียว การใช้สียังรู้สึกว่าไม่โดนใจเท่าไหร่ แต่ถ้าใครให้ก็เอา

ได้มีโอกาสมองในมุมกว้างชัด ๆอือม์ มันเห็นไปได้สุดลูกหูลูกตาจริง ๆ ไม่ได้โม้
ที่ว่าได้เจอสาขา2 นั่นลืมไปได้เลย แบบนี้คงมีไปสาขาทั่วภูมิภาคไปแล้ว
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก เจ้ากบเอ๋ย

เจอโซนม่วงอีกหนึ่งสาขา ลองถ่ายแบบใกล้ ๆ และอยากจะให้ติดภาพต้นไม้ข้างหลัง
เลยได้โฟกัสต้นไม้มาแบบชัดเจน สงสัยว่ากล้องคงเบื่อสีม่วงแล้ว งั้นไปดีกว่า

นี่ต้องเปลี่ยนเป็นสีส้มอย่างนี้ คาดว่ากล้องส่วนใหญ่คงชอบสีส้ม ถ่ายเมื่อไหร่สดใสเมื่อนั้น

สังเกตุว่าข้างหลังดอกส้มจะมีกลุ่มดอกสีม่วงเข้มจนเกือบดำ
เข้าไปถ่ายชัด ๆ ไม่ได้ เพราะถูกล้อมกรอบ ด้วยดอกสีอื่น สงสัยจะมีน้อยหายาก

เลยเดินไปหาต้นไม้ที่เป็นฉากหลัง เพราะสงสัยว่าทำไมกล้องถึงชอบ
ไปเจอรูปปั้นเด็กชมสวน ล้อมด้วยกลุ่มทิวลิปสีชมพู หวานแหว๋ว สาว ๆ คงชอบ
คนถ่ายก็ชอบภาพนี้ องค์ประกอบในภาพเยอะดี ไม่จำเจ

เมื่อมองตรงไป จะเห็นสิ่งที่บรรยายคำว่าสุดลูกหูลูกตาได้อีกภาพหนึ่ง
สารภาพว่าเดินไม่หมด ไม่งั้นคงตัวดำเกรียม ... และเพราะเมื่อยนั่นเอง


จากรูปบน สังเกตุกลุ่มดอกสีส้มข้างหน้า กลุ่มซ้ายและกลุ่มขวาเป็นสีส้มเหมือนกัน
แต่คนละสายพันธุ์กัน แอบเห็นดอกสีชมพูเดี๋ยว ๆ โผล่มาตรงกลาง
คิดเล่น ๆ ว่า นายแวนโก๊ะคงแอบมาย้ำเตือนว่าอย่าลืมเขา

ข้างล่างนี่ อันนี้ถ่ายเรื่อยเปี่อยแบบไม่เน้น
แต่โดยรวมก็ดูโอเค ได้ต้นไม้ข้างหลังมาช่วยให้องค์ประกอบภาพดี

รู้สึกว่าต้นไม้ข้างหลังช่วยให้ภาพออกมาดูอบอุ่นน่ามองขึ้น

แต่กว่าจะเข้าใจสัจธรรมก็มาถึงภาพสุดท้ายแล้ว

เป็นภาพมุมสบาย ๆ มุมหนึ่งของทางเข้า-ออกของงาน ปิดฉากความทรงจำที่ดี
ก่อนที่จากสถานที่แห่งนี้ออกไปสู่โลกแห่งความจริงเบื้องหน้า

เห็นมั๊ย มีลูกโลกทั้งลูกอยู่ข้างหน้าจริง ๆ มีเด็กเกาะโลกอยู่ด้วย

ขอบคุณที่เข้ามาร่วมท่องเที่ยวไปด้วยกันครับ แล้วเจอกันใหม่

สถานที่ถ่ายทำ: Canberra, Australia



Recommend